5
shared

Exclusive Content : งานวิจัยอุดช่องโหว่ไทย เพื่อความเปลี่ยนแปลง

4 มีนาคม 2563 14:10 199
Exclusive Content : งานวิจัยอุดช่องโหว่ไทย เพื่อความเปลี่ยนแปลง

มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด เปิดโครงการ The Stanford Thailand Research Consortium เดินหน้าวิจัยในไทย หวังเกิดความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเพื่ออนาคต

        เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ได้ประเมินสถานการณ์ตลาดแรงงานล่าสุดว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนงานกว่า 75 ล้านตำแหน่งหายไป และจะมีตำแหน่งงานใหม่ ๆ เกิดขึ้น ถึง 113 ล้านตำแหน่ง ซึ่งนับว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้โลกมีการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ   โดยเฉพาะโซนพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกเป็นจำนวนมาก เพราะทรัพยากรมนุษย์ในตลาดแรงงานส่วนใหญ่ยังคงทำงานในกลุ่มเกษตรกรรม และถ้าต้องการก้าวให้ทันตามกระแสเศรษฐกิจโลก จำเป็นต้องปรับตัวจากธุรกิจเกษตรกรรมไปสู่ธุรกิจบริการ หรือนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลผลิตและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งป็นเรื่องน่าตกใจ  ว่ากรณีดังกล่าวอาจทำให้ทรัพยากรมนุษย์มากกว่า 28 ล้านคนใน 10 ประเทศสูญเสียตำแหน่งงานเดิมภายใน 10 ปี



      โดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ในแต่ละประเทศให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุคดิสรัปชั่นได้อย่างทันท่วงที  และจากการทำวิจัยที่ผ่านมาพบว่า ประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีการทำวิจัยอย่างเจาะลึกเป็นจำนวนหลายหมื่นวิจัยต่อปี เพื่อวิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหา และเกิดการคิดค้นและเร่งพัฒนาองค์กรต่อสู้กับความท้าทายใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

        สำหรับประเทศไทย มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เห็นว่า มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของคนไทย รวมไปถึงขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในประเทศไทย



        ดังนั้น จึงเกิดเป็นความร่วมมือ ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและภาคเอกชนชั้นนำของไทย  ได้แก่  AP, AIS, และธนาคารกสิกรไทย ในการร่วมกันจัดตั้ง The Stanford Thailand Research Consortium กลุ่มการวิจัยระดับโลกแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย  ภายใต้การดูแลของ ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน หรือ เอสอีเอซี (SEAC) เพื่อดำเนินงานวิจัยที่จะเป็นการช่วยยกศักยภาพของประเทศไทยให้ก้าวทันโลกในอนาคต ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณ กว่า 100 ล้านบาท 

        โดยมร. พอล มาร์คา ผู้บริหารระดับสูง Stanford Center for Professional Development (SCPD) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า  ในระยะเริ่มต้น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ส่งทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญระดับสูง กว่า 20 คน จาก 9 สาขาวิชา อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะบริหารวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมชีวเวช คณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุกิจ เป็นต้น มาดำเนินการศึกษาระบบต่าง ๆ เพื่อคิดค้นเป็นหัวข้องานวิจัยอันนำไปสู่การศึกษา ค้นคว้า และวิจัยต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี
 
    

   
         ด้านนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP กล่าวว่า  ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นคุณภาพของคนคือ ประเด็นสำคัญที่โลกธุรกิจกำลังเผชิญอยู่ ดังนั้น  การยกระดับความสามารถของคนไทยให้เท่าทันโลกนี้เอง จะเป็นหัวข้อหนึ่งในงานวิจัยที่ทาง The Stanford Thailand Research Consortium จะหยิบขึ้นมาทำการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเจาะลึกอย่างเต็มรูปแบบ ร่วมกับ AP เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน



        ขณะที่ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ AIS  กล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายมากไปกว่าการปรับตัวให้ทันกระแสโลกยุคดิจิทัล นั่นคือการเตรียมพร้อมให้คนไทยมีความเข้าใจ ตื่นตัว และพร้อมนำองค์ความรู้ใหม่ ๆ ไปคิดค้นต่อยอดทำสิ่งใหม่ ๆ  โดยมีพื้นฐานจากความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ของคนไทยได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยยกระดับสังคม และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป 

        ทั้งนี้ เมื่อโครงการสำเร็จลุล่วงแล้ว The Stanford Thailand Research Consortium จะนำข้อสรุปและผลสำเร็จของงานวิจัยมาต่อยอดในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของประเทศไทย เพื่อฟื้นฟูและผลักดันศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในเรื่ององค์ความรู้และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 



          โดยปัจจุบัน ได้มีงานวิจัยเริ่มดำเนินการไปแล้ว และได้นำเอาเทคโนโลยีในปัจจุบันมาปรับใช้เป็นจำนวนมาก อาทิ AI, AR, VR, Blockchain, Data Insight, Data Processing, และ Automation เพื่อให้งานวิจัยเหล่านี้สามารถดำเนินการได้สำเร็จตามเป้าหมาย และคาดว่างานที่วิจัยที่เกิดขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ



CR:ภาพประกอบ Pixabay 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “Refun Machine”ตู้ขายขวดยุคใหม่ ผลตอบแทนมากกว่าเงิน https://www.tnnthailand.com/content/16524
- ถึงเวลายกเลิกบัตรแบบ"แถบแม่เหล็ก" มาใช้ "ชิปการ์ด" https://www.tnnthailand.com/content/17063
- เมื่อตลาดยานยนต์สหรัฐเปลี่ยน-โอกาสผู้ส่งออกไทย https://www.tnnthailand.com/content/16427


เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand