5
shared

เตือนดื่มเหล้าปริมาณมากในเวลาสั้นๆ เสี่่ยงสุราเป็นพิษเฉียบพลัน

24 กันยายน 2562 19:48 983
เตือนดื่มเหล้าปริมาณมากในเวลาสั้นๆ เสี่่ยงสุราเป็นพิษเฉียบพลัน

แพทย์เตือนดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากๆ ในเวลาสั้นๆ อาจเกิดภาวะสุราเป็นพิษเฉียบพลัน อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ พบจะเกิดอาการสับสน พูดไม่ชัด หายใจผิดปกติ หมดสติ

วันนี้ (24 ก.ย.62) นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของลัลลาเบล พริตตี้สาว ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงมากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ว่าเมื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางมีผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย การดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรกจะทำให้มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน มากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงในระดับนี้ สามารถกดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การรู้สึกตัวของผู้ที่ดื่มและทำให้เสียชีวิตได้

นพ.สรายุทธ กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งอาจมีสัญญาณบ่งบอกและอาการเตือนภาวะสุราเป็นพิษเช่น เกิดอาการสับสน พูดไม่ชัดหรือพูดไม่รู้เรื่องอย่างหนัก อาเจียน จังหวะการหายใจผิดปกติหรือหายใจช้าลง ตัวเย็นผิดปกติ ผิวหนังซีดหรือกลายเป็นสีม่วง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือรู้สึกตัว แต่ไม่สามารถตอบสนองการรับรู้ได้ ในกรณีที่ภาวะสุราเป็นพิษรุนแรงอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการโคมาสมองถูกทำลาย และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุดขอเตือนกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน หากพบเพื่อนหรือบุคคลอื่นๆ มีอาการอาการดังกล่าวให้รีบโทร.แจ้ง1669เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์อย่างเร่งด่วน และสามารถให้การดูแลเบื้องต้นโดยการพยายามปลุกให้ตื่นและพยุงให้อยู่ในท่านั่ง ให้ดื่มน้ำเปล่าในกรณีที่สามารถดื่มได้ พยายามทำให้ร่างกายอบอุ่น หากผู้ป่วยเป็นลมหมดสติให้จัดนอนในท่านอนตะแคง คอยสังเกตอาการจนกว่ารถพยาบาลจะมารับ

นพ.สรายุทธกล่าวว่า ในช่วงปี 2561 พบผู้เข้ารับการบำบัดรักษาอาการติดสุราของสถาบันฯมากเป็นอันดับที่2ของประเภทยาเสพติดที่ใช้เสพ โดยมีจำนวน 1,050 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 16.94 ของผู้ป่วยทั้งหมด แบ่งเป็นเพศชาย 937 คน คิดเป็นร้อยละ 89.24 และเพศหญิง 113 คน คิดเป็นร้อยละ 10.76 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง40 – 44 ปี คิดเป็นร้อยละ 18.29 รองลงมาได้แก่ช่วงอายุระหว่าง 45 – 49 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.67 และช่วงอายุระหว่าง 35 -39 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.57