0
shared

ปั้นแรงงาน 4.75 แสนป้อน10อุตฯเป้าหมาย

5 ธันวาคม 2562 10:35 70
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรตามแนวทางอีอีซีโมเดล นัดแรก วาง 4 แนวทาง เร่งสร้างแรงงาน 4.75 แสนคน รองรับ อีอีซี เน้น 3 อุตสาหกรรมหลักต้องการแรงงานทักษะมากสุด

นัดแรกของการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรตามแนวทางอีอีซีโมเดล ครั้งที่ 1/ 2562 โดยมี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน  ได้รับทราบความคืบหน้าการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี  โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1.ความคืบหน้าในการพัฒนาบุคลากรใน อีอีซี ในระยะเวลา 2 ปี ตามหลักการ Demand Driven สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ดำเนินการวิเคราะห์และสรุปความต้องการกำลังคนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใน อีอีซี โดยคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HDC) พบว่า ในช่วง 5 ปี (2562-2566) มีความต้องการแรงงานทักษะสำคัญ จำนวน 475,793 อัตรา อุตสาหกรรม 3 อันดับแรกที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่  ดิจิทัล ร้อยละ 24  จำนวน 116,222 ตำแหน่ง  โลจิสติกส์  109,910 ตำแหน่ง  และอิเล็กทรอนิกส์ อัจฉริยะ  58,228 ตำแหน่ง 

ทั้งนี้ เป็นครั้งแรกในการร่วมบูรณาการ การทำงานร่วมกันถึง 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ที่มีการจัดการศึกษาในแบบ EEC Model Type A ภายใต้ 3 หลักการ คือ  ลดการศึกษาแบบ แก่งแย่ง แตกแยก สู่ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยกำหนดตามความถนัดของแต่ละราย, ช่วยพัฒนาการศึกษาและบุคลากรให้มีมาตรฐานตามหลักสากล, และ ร่วมทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายระหว่างภาครัฐกับเอกชน ในสัดส่วน 50:50 และเอกชนบริจาคอุปกรณ์ชั้นสูง เพื่อให้สามารถผลิตบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ นโยบาย Demand Driven ยังช่วยลดภาระของทุกฝ่าย เช่น ภาคเอกชน ได้ลดค่าใช้จ่าย ในการลดหย่อนภาษีถึง 2.5 เท่า ภาครัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนน้อยลง ส่วนผู้เรียนลดภาระทางการเงิน เรียนจบมีงานที่มีรายได้ดี ที่ผ่านมามีการพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี แล้ว 1 หลักสูตร ได้แก่ วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ และอยู่ในระหว่างการดำเนินการอีก 1 หลักสูตร ได้แก่ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ขณะที่ ภายในปีการศึกษา 2564 จะมีหลักสูตร ระดับปริญญาตรีที่กำลังปรับปรุงให้เป็นไปตาม EEC Model Type อีกไม่น้อยกว่า 100 หลักสูตร

2. แนวทางการสนับสนุนบัณฑิตอาสาเพื่อพัฒนาชุมชนในพื้นที่อีอีซี เพื่อกระจายโอกาสสู่ชุมชน และลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่อีอีซี จึงได้เปิดรับสมัครคัดเลือกบัณฑิตระดับ ปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาไม่เกิน 3 ปี จำนวน 120 คน เพื่อเข้าฝึกอบรม 2 เดือน จากนั้น เข้าทำงานใน 30 อำเภอ ซึ่งบัณฑิตอาสารุ่นแรกคาดว่าจะมีประมาณ 30 คนจาก 3 จังหวัดใน อีอีซี เริ่มภายในเดือนมกราคม 2563 

3. การสอนภาษาอังกฤษเชิงเทคนิคด้วยระบบ CLIL เพื่อสร้างอาชีวะอินเตอร์ การดำเนินการในระยะแรก (ตุลาคม 2562-มีนาคม 2563) ได้พัฒนาการสอนภาษาอังกฤษในสถาบัน อาชีวศึกษาใน 10 สาขาวิชา ครอบคลุมสถาบันอาชีวศึกษาของรัฐ 37 แห่ง ในภาคตะวันออก เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในวิชาชีพของตนเองได้อย่างมั่นใจ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มในการทำงานที่มีรายได้สูงในอนาคต โดยใช้วิธีการ Content-Language Integrated Learning (CLIL) เทคนิคการเรียนรู้แบบบูรณาการภาษาอังกฤษให้เข้ากับเนื้อหาวิชาชีพในทุกวิชา ซึ่งถอดบทเรียนจากวิทยาลัยเทคโนโลยี ไออาร์พีซี ที่นำเทคนิคนี้ไปใช้แล้วประสบความสำเร็จ

4. การพัฒนาบุคลากรในหลักสูตรระยะสั้นให้รู้เท่าทันและเชี่ยวชาญเทคโนโลยี เครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่อีอีซี ได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมทักษะที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์การทำงาน ยุคใหม่ ทั้งด้าน อีคอมเมิร์ซ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และ MICE โดยมีผู้ผ่านการอบรมแล้ว จำนวน 2,000 คน ในปี 2562  นอกจากนี้ ได้หารือบริษัทข้ามชาติชั้นนำระดับโลก ดำเนินการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร จำนวน 10,000 คน ภายใน 4 ปี ในอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยหลักสูตรระยะสั้นจำนวน 68 หลักสูตร  ขณะเดียวกัน ได้กำหนดหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น (Reskills/Upskills) ในปีงบประมาณ 2563 จำนวน 120 หลักสูตร จำนวน 20,000 คน โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 200 ล้านบาท


เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand