77
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 19 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

27 ธันวาคม 2562 05:06 20929

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ทำไปสองประตู ก่อนที่ เทรนท์ อาร์โนลด์ จะยิงปิดกล่องช่วยให้ ลิเวอร์พูล บุกถล่มเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 4-0 เก็บสามแต้ม พร้อมรั้งอันดับ 1 ของตารางมีแต้มทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 13 คะแนน

วันนี้ (27 ธ.ค. 62) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 19 ของฤดูกาล แมตช์บ็อกซิ่งเดย์ เป็นเกมที่สนาม "คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม" เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวทำศึกบิ๊กแมตช์กับ ลิเวอร์พูล ลงสนามเวลา 03.00 น.


นัดนี้ "จิ้งจอกสยาม" จัดทัพใหญ่ลงสนาม นำโดย เจมส์ แมดดิสัน และ เจมี่ วาร์ดี้ ขณะที่ "หงส์แดง" แชมป์สโมสรโลกปีนี้ ก็ส่งชุดใหญ่เช่นกัน นำโดยสามประสาน ซาดิโอ มาเน่ , โม ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่


เริ่มเกมมานาทีแรก โจ โกเมซ ไหล่บอลให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะยิงจากหน้าเขตโทษ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟเอาไว้ได้ 

ต่อมาในนาทีที่ 2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้เปิดเข้ามา แต่บอลโด่งข้าม โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก่อนที่จะเป็น ซาดิโอ มาเน่ เข้าถึงบอลในระยะหกหลาแต่บอลโดนผิดเหลี่ยมออกหลังไป 

นาทีที่ 11 จากจังหวะโต้กลับ นาบี เกอิต้า ได้บอลก่อนจ่ายต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จังหวะหลุดเดี่ยวเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษแตะหลบ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก่อนพยายามยิงจากมุมแคบแต่บอลหลุดออกหลังไป 

นาทีที่15 โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ตามฉกบอลจาก ริคาร์โด้ เปเรยร่า กอนจ่ายต่อให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้จังหวะยิงแต่ไปติดบล็อคกองหลังเจ้าถิ่นออกไป

นาทีที่ 26 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วางบอลยาวไปให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พยายามเปิดบอลเข้าเขตโทษให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่ จอนนี่ อีแวนส์ โหม่งสะกัดได้ก่อน

นาทีที่ 31 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะเปิดจากด้านซ้าย ก่อนเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ขึ้นโหม่งเข้าไปให้ ลิเวอร์พูล บุกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 

นาทีที่ 33 เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ควางบอลยาวไปให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลก่อนเลี้ยงหลบ จอนนี่ อีแวนส์ ก่อนหาจังหวะยิง แต่บอลไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล บุกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 

นาทีที่ 48 ยูริ ตีเลมันส์ ได้จังหวะเลี้ยงบอลมาหน้าเขตโทา ก่อนตัดสินใจยิงแต่บอลติดกองหลังเจ้าถิ่นออกหลังไป 

นาทีที่ 55 จากจังวะที่ลิเวอร์พูลกำลังบุกกดดันอยู่อย่างต่อเนื่อง และเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้บอลทางด้านซ้ายเปิดเข้ากลางมาแล้วเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เข้ามายิงแต่โดนไม่เต็มเท้าทำให้บอลหลุดออกข้างไป

ก่อนที่ในนาที 55 มาร์ค อัลไบรท์ตัน จะถูกส่งลงสนามแทนที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์

นาทีที่ 64 ริคาร์โด้ เปเรยร่า ได้จังหวะพลิกบอลหลบ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนเลี้ยงเข้าเขตโทษ แล้วตัดสินใจเปิดบอลไปติดขา เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เคลียร์ออกมา บอลไปเข้าทาง เดนนิส ปราต ได้จังหวะยิงสวนบอลเหินออกข้างไป

นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูลแก้เกมเลือกส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงสนามแทนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามแทนที่ นาบี เกอิต้า

นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูลแก้เกมเลือกส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงสนามแทนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามแทนที่ นาบี เกอิต้า

จากจังหวะต่อเนื่องเตะมุมของทีมเยือน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดเตะมุมเข้ามาบอลไปโดนมือ ซากลาร์ โซยุนชู ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษทันที และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ รับหน้าที่ยิงไม่พลาดให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 

นาทีที่ 75 โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ไหลบอลให้ เจมส์ มิลเนอร์ ก่อนส่งต่อให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดกลับมาให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ จับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนยิงเข้าไปให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 3-0 

นาทีที่ 77 ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ถูกส่งลงสนามแทนที่ เจมส์ แมดดิสัน ก่อนที่ในนาทีต่อมา ซาดิโอ มาเน่ จะจ่ายบอลต่อให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดมาด้านขวาก่อนยิงเข้าไปให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 4-0 

นาทีที่ 82 อดัม ลัลลาน่า ลงสนามแทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

นาทีที่ 84 เป็นเกมบุกของฝั่งเจ้าถิ่น ซากลาร์ โซยุนชู ได้จ่ายบอลจากหน้าเขตโทษ บอลไปถึง เจมี่ วาร์ดี้ ก่อนได้จังหวะยิงจากมุมแคบบอลโดนข้างตาข่ายออกไป

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 4-0 เก็บสามแต้มพร้อมรั้งอันดับ 1 ของตารางมีแต้มทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 13 คะแนน แถม"หงส์แดง"ลงเล่นน้อยกว่า1นัด

รายชื่อ11ผู้เล่นตัวจริงของทั้ง 2 ทีม 

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - ริคาร์โด้ เปเรยร่า, จอนนี่ อีแวนส์, ซากลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ - วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ - ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ,เดนนิส ปราต, ยูริ ตีเลมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, - เจมี่ วาร์ดี้   

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - นาบี เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่  


ชมไฮไลท์ คลิก https://www.youtube.com/watch?v=HMJXzTcCD-8&feature=youtu.be