12
shared

จัดเต็ม! ฉายาสภาผู้แทนฯ ‘ดงงูเห่า’ วาทะแห่งปี ‘ตัดพี่ตัดน้อง’

28 ธันวาคม 2562 10:25 309
สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งฉายาสภาผู้แทนฯ ‘ดงงูเห่า – ‘ชวน’ ฉายา ‘ใบมีดโกขึ้นสนิม’ ด้าน ‘ปิยบุตร’ คว้าดาวเด่นสภา ‘ปารีณา’ ดาวดับ วาทะแห่งปี 2562 ‘ตัดพี่ตัดน้อง’

วันนี้ (28ธ.ค.62) สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายาประจำรัฐสภา เพื่อสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ประจำปี 2562  โดยตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎรในปีนี้ว่า "ดงงูเห่า" เพราะการหายไปของสภาผู้แทนราษฎรกว่า 5 ปี ทำให้สภาฯ เป็นที่คาดหวัง จะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน แต่จะด้วยผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ หรือเป็นนิสัยส่วนบุคคล ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "งูเห่า" ทั้งการประกาศตัวเป็น "ฝ่ายค้านอิสระ" แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฝ่ายค้านอิสระ กลับลงคะแนนสวนทางมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายครั้ง เช่น การสวนมติ พ.ร.ก.โอนย้ายอัตรากำลังพล และการแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลในการนับคะแนนญัตติการตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.ใหม่ เป็นต้น


ส่วนฉายาประธานสภาผู้แทนราษฎรปีนี้ สื่อมวลชน ตั้งฉายาให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า "มีดโกนขึ้นสนิม" แม้จะมีความตั้งใจจะให้ประชาชนกลับมาศรัทธาสภาฯ แต่มีดโกนอาบน้ำผึ้ง ที่เคยบาดลึกดูกำลังขึ้นสนิม หลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ ทั้งการวินิจฉัยเรื่องการนับคะแนนใหม่ในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 จนนำมาสู่เหตุการณ์สภาล่ม

ฉายานายสมพงษ์ อมรวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายาว่า "ขนมจีนไร้น้ำยา" โดย นายสมพงษ์ ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ในภาวะที่ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นลูกไล่รัฐบาลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมีเสียงในสภาที่สูสีกัน และฝ่ายค้าน เคยชนะโหวตรัฐบาลมาแล้วในการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากประกาศ และคำสั่งของ คสช.ตามมาตรา 44 แต่ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังไม่อาจแสดงบทบาท และศักยภาพในการตรวจสอบรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายค้านฯ ในอดีต


สำหรับดาวเด่นปีนี้ ได้แก่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เหตุผลหลักที่ทำให้นายปิยบุตร ได้รับตำแหน่งดังกล่าว คือ การเปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ครบถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จนนำมาสู่การเปิดประชุม เพื่ออภิปรายทั่วไปของสภาผู้แทนราษฎร และตลอดการทำหน้าที่อภิปรายในสภา ก็ไม่ได้ใช้แต่เพียงวาทะศิลป์เท่านั้น เพราะล้วนมีเหตุผลทางวิชาการ และกฎหมายรองรับ


ส่วนดาวดับแห่งปี หนีไม่พ้น นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้สร้างกระแสในแง่ลบผ่านทางสื่อออนไลน์เป็นระยะ แม้จะแสดงบทบาทตรวจสอบการถือครองที่ดินของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่กลับเป็นคนที่ไม่ยอมรับการตรวจสอบการถือครองที่ดินในจังหวัดราชบุรีของตนเอง ทั้งที่มีตำแหน่งกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว กลับพยายามบ่ายเบี่ยง ถึงขนาดที่กล่าวอ้างว่า ได้ทำ MOU กับนักข่าว


สำหรับคู่กัดแห่งปี 2562 ได้แก่ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แม้ว่าจะต่างวัยกันแต่ก็เป็นมวยถูกคู่ นางสาวปารีณา ถูกพรรคพลังประชารัฐ ส่งมาเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อปกป้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายหลังพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ พยายามเรียกนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงปมการถวายสัตย์ฯ ต่อคณะกรรมาธิการฯ แต่ปารีณาพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงขั้นมีการล็อบบี้สมาชิกในพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกันเองภายใน


สำหรับเหตุการณ์แห่งปี 2562 นี้ คือเหตุการณ์ "สภาล่ม” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 วันติดต่อกันระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44 ปฐมเหตุเริ่มมาจากการที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้าน แต่ปรากฎว่า ส.ส.รัฐบาลใช้สิทธิขอนับคะแนนใหม่ จนนำมาสู่การลงคะแนนใหม่ โดยก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการนับองค์ประชุมก่อน ทว่าในคืนประชุมแรกเหลือ ส.ส.ร่วมเป็นองค์ประชุมเพียง 92 คนเท่านั้น และหลังมีการนัดประชุมครั้งใหม่ แต่ก็ยังมีส.ส.เพียง 240 คนไม่ครบองค์ประชุม นับเป็นปรากฎการณ์ที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้กับสภาฯ สะท้อนสภาวะการณ์ปัญหาเสียงปริ่มน้ำระหว่างฝ่ายค้่น และฝ่ายรัฐบาลอย่างชัดเจน

สำหรับวาทะแห่งปี 2562 คือ "ตัดพี่ตัดน้อง" เกิดขึ้นในวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐบาล ระหว่างที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยอภิปรายโจมตีรัฐบาลดุเดือด กล่าวหาว่า โกงเลือกตั้งจนได้กลับสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริต จนเกิดวาทะดังกล่าว ที่พลเอกประยุทธ์ พูดกลางที่ประชุมรัฐสภา เพื่อตอบโต้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ ว่า “เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่เกียรติผม

ขณะที่ ฝั่งวุฒิสภา หรือ 250 ส.ว. ได้รับฉายา "สภาทหารเกณฑ์" ตามกลไกที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้มีวุฒิสภาแบบพิเศษใน 5 ปีแรกด้วยการคัดเลือกโดย คสช. และ ส.ว.ชุดปัจจุบันจำนวนไม่น้อยมาจากบุคคลที่เคยเป็นสมาชิกสนช.ที่คสช.เคยแต่งตั้งอีกด้วย ทำให้ ส.ว.เปรียบเสมือนเป็นทหารที่ถูก คสช.เกณฑ์เข้ามา ที่ไม่เพียงมีหน้าที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรกเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจ ในการเทคะแนนเลือกพลเอกประยุทธ์ ให้หวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง


สำหรับฉายานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ปีนี้ได้ฉายา "ค้อนยาง" จากเหตุที่ก่อนหน้านี้ เคยดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติสมัย คสช. มาก่อน แต่เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา บทบาทและอำนาจหน้าที่ที่เคยมีนั้นหายไป ทำให้สมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะ ส.ส.ฝ่ายค้านไม่ยำเกรงในบารมีของประธานวุฒิสภา แม้ประธานวุฒิสภา จะประเดิมการใช้ค้อนทุบบนบัลลังค์ เพื่อให้เกิดความสงบ แต่กลับสะท้อนผลตรงข้าม จึงสะท้อนให้เห็นว่า ค้อนที่นายพรเพชรถือไว้นั้นเป็นแค่ “ค้อนยาง” เท่านั้น

สำหรับตำแหน่ง คนดีศรีสภาฯ ปี 2562 นี้ สื่อมวลชนประจำรัฐสภา พิจารณา และลงมติร่วมกันแล้วว่า ยังไม่มีใครเหมาะสมที่จะได้ตำแหน่วดังกล่าว โดยการตั้งฉายาสภาประจำปี ของสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ว่างเว้นวรรคไป 5 ปี ซึ่งในปี 2562 ที่มีการเลือกตั้ง สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้มีความเห็นร่วมกัน ที่จะตั้งฉายาสภา เพื่อสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรอบปีที่ผ่านมา โดยปราศจากอคติ และไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองแต่อย่างใด

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand