19
shared

นักวิชาการมองสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ดันราคาพลังงานพุ่ง

30 เมษายน 2563 22:59 1731
นักวิชาการมองสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ดันราคาพลังงานพุ่ง

นักเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองความขัดแย้งสหรัฐและอิหร่านกระทบราคาพลังงานพุ่งขึ้น 6% ขณะการส่งออกไทยยังกระทบเล็กน้อย

วันนี้ (ุ6 ม.ค. 63 )  ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยกับทีเอ็นเอ็นออนไลน์ว่า  สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 6%  โดยหากอิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน หรือโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ  หลังจากที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ สั่งกองทัพล็อกเป้าโจมตีจุดต่างๆในตะวันออกกกลางจำนวน 52 จุด  จะทำให้มีผลกระทบต่ออุปทานของน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพลังงาน รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมี ดีดตัวสูงขึ้นไปมากกว่านี้

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งพัฒนาความรุนแรงขึ้น เชื่อว่าความเสียหายจะใกล้เคียงกับสงครามอ่าวเปอร์เซียในอดีต และจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง  โดยผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ผศ.ดร.อนุสรณ์ มองว่า ประเทศญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีการนำเข้าพลังงานจำนวนมาก  เช่นเดียวกับประเทศไทยที่จะได้รับผลกระทบเพราะยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ 

ด้านการส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย  เพราะสถานการณ์การค้าโลกกระเตื้องขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากการที่ประเด็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมีความชัดเจนมากขึ้น จึงปลดล็อกสถานการณ์การค้าให้กับผู้ส่งออก แต่ไทยจะไม่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว เนื่องจากเศรษฐกิจของตะวันออกกลางยังไม่ดีนัก การนำเข้าสินค้าต่างๆจึงยังชะลอตัว    ขณะที่ปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจไทย  จะมาจากสถานการณ์เรื่องโรคระบาดในจีน ที่จะมีผลต่อการท่องเที่ยวไทย 

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่า ขณะนี้สถานกาณณ์ยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง  แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวจะพัฒนาความรุนแรงมากขึ้นไปมากน้อยเพียงใด หลายฝ่ายจึงยังมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ สินค้าส่งออกไทยที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน (เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ ก๊าชธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว) มูลค่า 22,873.66 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 11% ของการส่งออกรวม 11 เดือนแรก ปี 62 อาจได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความไม่สงบจะเพิ่มความท้าทายในการฟื้นฟูตลาดส่งออกในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิรักและอิหร่าน และตลาดแอฟริกาที่มีประเทศในตะวันออกกลางเป็นช่องทางการค้า ให้สินค้าไทยแต่เชื่อว่ายังอยู่ในวิสัยที่สามารถหาแนวทางขยายการค้าได้ โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำทัพภาคเอกชนเดินทางไปรุกตลาดอย่างน้อย 16 ประเทศ ซึ่งรวมถึงตะวันออกกลางในปี 63 นี้  

   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ทรัมป์”ทวิตเดือดประกาศโจมตี 52 จุด ศูนย์รวมจิตใจคนอิหร่าน
 - สภาอิรักผ่านมติไล่ทหารต่างชาติออกจากประเทศให้หมด
 - เปิดไทม์ไลน์ชนวนขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน สัญญาณก่อสงคราม


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand