7
shared

“ทรัมป์”ยันไม่มีทหารสหรัฐฯตาย ลั่นคว่ำบาตรอิหร่านหนักกว่าเดิม

9 มกราคม 2563 06:46 1402
“ทรัมป์”ยันไม่มีทหารสหรัฐฯตาย ลั่นคว่ำบาตรอิหร่านหนักกว่าเดิม

“โดนัลด์ ทรัมป์”แถลงต่อชาวอเมริกันยืนยันไม่มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากการโจมตี เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้อิหร่านให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

วันนี้ ( 9 .. 63 )ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงต่อประชาชนชาวอเมริกันผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์จากทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงสหรัฐ ว่าดูเหมือนว่าอิหร่านจะหยุดการโจมตีชั่วคราวแล้วหลังยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกถล่มฐานทัพอากาศของสหรัฐในอิรัก ซึ่งทั้งสหรัฐและอิรักไม่มีการสูญเสียชีวิตในการโจมตีครั้งนี้ และฐานทัพอากาศทั้งในเมืองเออร์บิล และอัล อาซาด ที่ถูกโจมตีในช่วงเช้าวันพุธ ก็ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ถ้อยแถลงของทรัมป์ครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชาวอเมริกันรอฟังด้วยความกระตือรือร้น ขณะที่ประเทศเข้าใกล้สงครามกับอิหร่าน และผู้นำสหรัฐแถลงไม่กี่ชั่วโมงหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศทั้ง 2 แห่งในอิรัก แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้ขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มอีก โดยระบุว่า การที่อิหร่านหยุดการโจมตีนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วสำหรับทุกฝ่ายที่มีความวิตกกังวล และสหรัฐก็จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกโจมตีอิหร่านเพื่อเป็นการตอบโต้ 

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หากอิหร่านโจมตีเป้าหมายทหารและฐานทัพสหรัฐ แต่เขาก็ไม่ได้ประกาศใช้ปฏิบัติการทางทหารใด เพิ่มเติมในการแถลงครั้งนี้ เพียงแต่บอกว่า การโจมตีของอิหร่านไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บ 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ก็ให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่านให้หนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นจากเดิมที่สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านตั้งแต่ถอนตัวออกจากแผนปฏิบัติการเบ็ดเสร็จร่วม” (Joint Comprehensive Plan of Action หรือ JCPOA) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ที่บรรลุความเห็นชอบในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ระหว่างประเทศอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ พี5+1 คือสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 5 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส, รัสเซีย, สหราชอาณาจักร, สหรัฐ บวกเยอรมนี

ทรัมป์ บอกว่า มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงเข้มข้นเหล่านี้ยังคงอยู่ต่อไป จนกว่าอิหร่านจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อิหร่านต้องล้มเลิกความต้องการอยากครอบครองนิวเคลียร์และยุติการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย มันถึงเวลาแล้วสำหรับสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, รัสเซียและจีน ที่ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ พวกเขาต้องฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เหลืออยู่

ทั้งนี้ อิหร่านแถลงว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นการแก้แค้นหลังสหรัฐลอบสังหารพลตรีกอเซ็ม สุไลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ในกรุงแบกแดด เมืองหลวงอิรักเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา โดยสหรัฐส่งอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก หรือโดรนโจมตีสุไลมานีและผู้นำคนสำคัญของกลุ่มหัวรุนแรงที่อิหร่านหนุนหลัง ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดครั้งใหญ่ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เลวร้ายอยู่ก่อนแล้วระหว่างอิหร่านและสหรัฐ

ด้านอยาตอลลาห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แถลงว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งนี้ เป็นการตบหน้าสหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐถอนทัพออกไปให้พ้นตะวันออกกลาง   


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ประมวลข่าวทั่วโลกระส่ำ "ทรัมป์ VS อิหร่าน" แลกหมัด!

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand