34
shared

"สหรัฐ" ส่งจดหมายถึงยูเอ็น พร้อมเจรจาอย่างจริงจังกับ "อิหร่าน"

9 มกราคม 2563 19:34 9716
"สหรัฐ" ส่งจดหมายถึงยูเอ็น พร้อมเจรจาอย่างจริงจังกับ "อิหร่าน"

สหรัฐส่งจดหมายถึงคณะมนตรียูเอ็น ระบุพร้อมที่จะเปิดการเจรจาอย่างจริงจังกับอิหร่าน ขณะที่ล่าสุดเกิดเหตุศูนย์ราชการในเขต กรีนโซนของอิรักถูกจรวด 2 ลูกยิงถล่มอิรักแล้ว จนนำไปสู่ความไม่พอใจของอิรัก ที่ถูกใช้เป็นพื้นที่สมรภูมิรบระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางดูจะผ่อนคลายมากขึ้น หลังทั้งสหรัฐและอิหร่านส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอีก โดยสหรัฐส่งจดหมายถึงคณะมนตรียูเอ็น ระบุพร้อมที่จะเปิดการเจรจาอย่างจริงจังกับอิหร่าน ขณะที่ล่าสุดเกิดเหตุศูนย์ราชการในเขต กรีนโซนของอิรักถูกจรวด 2 ลูกยิงถล่มอิรักแล้ว จนนำไปสู่ความไม่พอใจของอิรัก ที่ถูกใช้เป็นพื้นที่สมรภูมิรบระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน

สหรัฐส่งจดหมายถึงคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น โดยเนื้อความ ในจดหมายระบุว่า สหรัฐพร้อมที่จะเปิดการเจรจาโดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ หรือ การขยายวงมากขึ้นโดยรัฐบาลอิหร่าน  พร้อมระบุด้วยว่าการสังหารพลตรีกอเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน ถือเป็นการกระทำที่ชอบธรรมภายใต้มาตราที่ 51 ของกฏบัตรแห่งสหประชาชาติที่กำหนดให้รัฐต่างๆต้องรายงานในทันทีต่อคณะมนตรีความมั่นคงในการดำเนินมาตรการใดๆก็ตามเพื่อใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง โดยสหรัฐจะดำเนินการเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นในตะวันออกกลางเพื่อปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของสหรัฐ


ขณะที่ นายมาจิด ราวานชี ทูตอิหร่านประจำยูเอ็น ระบุว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการขยายขอบเขต หรือ การทำสงคราม หลังใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเองด้วยการดำเนินมาตรการและการตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสมในการพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพอากาศสหรัฐฯในอิรัก  โดยปฏิบัติการณ์ดังกล่าวเป็นไปอย่างแม่นยำและถูกเป้าหมายทางการทหาร ทำให้ไม่เกิดความเสียหายทั้งต่อพลเรือนและทรัพย์สินในบริเวณดังกล่าว

ล่าสุด กองทัพอิรักแถลงว่ามีจรวดคัตยูชา 2 ลูกถูกยิงตกภาย ในพื้นที่กรีนโซนที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในกรุงแบกแดด เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเขตกรีนโซนเป็นที่ตั้งศูนย์ราชการที่มีอาคารรัฐบาลและสถาน ทูตต่างชาติ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยรายงานข่าวระบุว่ามีจรวดอย่างน้อย 1 ลูกตกห่างจากสถานทูตสหรัฐไปประมาณ 100 เมตรเท่านั้น แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้


ทั้งนี้ แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านจะไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้ แต่สำหรับอิรักแล้ว ผู้คนก็ยังคงกังวลที่ประเทศของพวกเขาได้กลายเป็นพื้นที่สู้รบซึ่งหน้าระหว่างสองชาติทรงอิทธิพลนี้

โดยเริ่มจากกองทัพสหรัฐฯ ใช้โดรนโจมตีสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่านใกล้สนามบินในกรุงแบกแดด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธราว 22 ลูก โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในอิรัก จนทำให้ชาวอิรักจำนวนมากไม่พอใจและต้องการให้ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ จ่ายเงินชดเชยความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้น จากความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ แต่มาใช้พื้นที่ในอิรักเป็นสมรภูมิรบ


ชาวอิรักจำนวนมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดี บาร์ฮัม ซาลีห์ มีมาตรการเด็ดขาดป้องกันไม่ให้ สหรัฐฯ และอิหร่าน ใช้ดินแดนอิรักเป็นสมรภูมิรบ ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนอิรัก พวกเราขอปฏิเสธการแทรกแซงใดๆ หรือการใช้อิรักเป็นสังเวียนแก้แค้นกัน

โฆษกของนายอาเดล อับดุล มาห์ดี นายกรัฐมนตรีของอิรัก ระบุว่า นายมาห์ดีได้เจรจาทั้งภายในและภายนอกเพื่อควบคุมสถานการณ์และไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงครามแบบเปิดเผยนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประมวลข่าวทั่วโลกระส่ำ "ทรัมป์ VS อิหร่าน" แลกหมัด!

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand