8
shared

สื่อยักษ์ใหญ่รัสเซียเหน็บสหรัฐฯ ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษ

12 มกราคม 2563 09:58 1516
สื่อยักษ์ใหญ่รัสเซียเหน็บสหรัฐฯ ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษ

สื่อยักษ์ใหญ่รัสเซียเหน็บสหรัฐฯ ไม่เคยกล่าวคำขอโทษในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำต่อตะวันออกกลาง

เว็บไซต์ข่าว rt.com ของรัสเซีย รายงานว่า เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง ที่อิหร่านได้ออกมาขอโทษกรณีที่ยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตกและมีผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 176 คน มันแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่จะรับผิดชอบสำหรับโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตครั้งใหญ่ในช่วงเวลาของความยากลำบากอย่างมากเช่นนี้

ขณะนี้หลายฝ่ายต่างแสดงการยอมรับบทบาทของอิหร่านในช่วงเวลาที่ล่อแหลม ซึ่งความตายดูเหมือนจะเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ออกมายอมรับว่า นโยบายรัฐบาลของเขาที่มุ่งอาฆาตสร้างความเป็นศัตรูต่ออิหร่าน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งดำดิ่ง และท้ายที่สุดก็ทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์ 

การยิงเครื่องบินโดยสารยูเครน เที่ยวบิน 752 ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ก่อให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจอย่างประมาณค่ามิได้ สำหรับครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากหลายประเทศ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความเจ็บปวดต่ออิหร่านมากขึ้นจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ แต่อย่างน้อยจากการเปิดเผยความจริง ทางการอิหร่านก็ได้ผ่อนคลายความเศร้าโศกและปวดร้าวลงไปได้บ้าง เมื่อออกมายอมรับความจริง ดีกว่าปล่อยไปโดยประชาชนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

การยอมรับอย่างรวดเร็วของอิหร่านถึงความผิดพลาดที่น่าตื่นตระหนกในการยิงเครื่องบินโดยสารยูเครน สร้างความประหลาดใจพอสมควร โดย 2 วันหลังเครื่องบินตก บรรดาผู้นำและสื่อชาติตะวันตก อ้างว่า ขีปนาวุธของอิหร่าน คือต้นเหตุของโศกนาฏกรรม ตอนแรกเจ้าหน้าที่การบินพลเรือนของอิหร่าน ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยบอกว่า พวกเขาเชื่อว่าเครื่องบินตกเกิดจากปัญหาทางเทคนิค เช่นเครื่องยนต์ขัดข้อง ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อิหร่านตามมาว่า รัฐบาลอิหร่านจะตั้งกำแพงหินปิดบังความจริงและซุกซ่อนสิ่งที่เกิดขึ้น การออกมาปฏิเสธของอิหร่านในเบื้องต้นนั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายแอบแฝง บางทีด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ตึงเครียด อิหร่านอาจไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่ออิหร่านรู้ความจริงว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ยิงขีปนาวุธโจมตีเครื่องบินโดยสารยูเครน ก็ออกมายอมรับความผิดพลาดดังกล่าวด้วยความจริงใจและอ่อนน้อม 

อาร์ที กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่เรือรบสหรัฐลำหนึ่งในอ่าวเปอร์เซียยิงเครื่องบินโดยสารอิหร่าน แอร์ เที่ยวบินที่ 655 ตกในปี 2531 ถือว่าอิหร่านจัดการภัยพิบัติได้อย่างมีวุฒิภาวะมากกว่าสหรัฐ ผู้โดยสารบนเครื่องบินโดยสารอิหร่าน แอร์ เสียชีวิตทั้งหมด 290 คนเมื่อเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส วินเซนส์ ติดขีปนาวุธนำวิถี ยิงหัวรบแบบพื้นสู่อากาศโจมตีเครื่องบินลำดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเครื่องบินรบของศัตรู

อย่างไรก็ตาม อเมริกาก็ยังไม่เคยกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อครอบครัวและเหยื่อผู้เสียชีวิต

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายปี สหรัฐจึงยอมเจียดเงินกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,815 ล้านบาท จ่ายชดเชยให้อิหร่านตามคำพิพากษาของศาลอาญาระหว่างประเทศในปี 2539 ตั้งแต่นั้นมา รัฐบาลสหรัฐก็ปิดปากเงียบ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอะไรอีก โดยจอร์จ เอชดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดี กล่าวว่า เขาจะไม่ยอมขอโทษต่อกรณีนี้

มีหลักฐานชัดเจนว่า ในกรณีของเที่ยวบินโดยสาร 655 กัปตันเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส วินเซนส์ มีพฤติกรรมประมาทและก้าวร้าว และการยิงเครื่องบินโดยสารอิหร่าน เป็นการเจตนายิง ซึ่งในเวลาต่อมา นาวาเอกวิลเลียม ซี โรเจอร์ส และลูกเรือของเขา ได้รับเหรียญเกียรติยศของกองทัพด้วย 

กรณีของเที่ยวบิน 752 ของยูเครน อิหร่านอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุดในการรับมือกับการโจมตีของสหรัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐ 2 แห่งในอิรักไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ซึ่งการโจมตีดังกล่าวเป็นการแก้แค้นกรณีสหรัฐลอบสังหารพลตรีกอเซ็ม สุไลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านในกรุงแบกแดด เมืองหลวงอิรักในวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา อิหร่านอ้างว่า หลังยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐแล้ว มีรายงานข่าวมากมายว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ยิงเครื่องบินที่สงสัยว่าเป็นของศัตรูตก แต่ด้วยความที่สถานการณ์ตึงเครียดรอวันสงครามปะทุ จึงทำให้อิหร่านเกิดความผิดพลาดอย่างมหันต์ในการโจมตีเครื่องบินพลเรือน

ประธานาธิบดีโดทรัมป์ สร้างสถานการณ์สงครามขึ้นในตะวันออกกลาง ด้วยการกดดันอย่างหนักหน่วงที่สุด ในการรณรงค์ความเป็นศัตรูต่ออิหร่าน ทั้งการยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับปี 2558, การหันกลับมาคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นและการใช้วาทกรรมประณามอิหร่านว่า เป็นรัฐก่อการร้าย ได้ผลักดันให้ภูมิภาคนี้เข้าใกล้สงครามเต็มรูปแบบ คงจำกันได้หลายครั้ง ทรัมป์ขู่ทำลายล้างอิหร่านให้สิ้นซาก ซึ่งรวมทั้งอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งหลายทั้งปวง มีอยู่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุด ทุกคนจะไม่ได้ยินคำขอโทษ หรือท่าทีประนีประนอมใด ๆ จากสหรัฐ คงไม่ต้องไปถามหาความอ่อนน้อมถ่อมตนและความรับผิดชอบของรัฐบาลสหรัฐที่เต็มไปด้วยความอหังการเย่อหยิ่ง

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand