5
shared

สภากาชาดฯออกประกาศมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา

31 มกราคม 2563 15:50 798
สภากาชาดไทยออกประกาศมาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ทางโลหิต

วันนี้ (31ม.ค.63) ตามที่มีรายงานการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจากต่างประเทศนอนพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลในประเทศไทย อีกทั้งมีการยืนยันแล้วว่าเชื้อสามารถติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ ดังนั้นเพื่อให้งานบริการโลหิตของประเทศไทยเป็นไปอย่างเพียงพอปลอดภัย และป้องกัน มิให้รับบริจาคโลหิตจากผู้มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยจึงกำหนดให้มีมาตรการเกี่ยวกับการรับบริจาคโลหิตดังต่อไปนี้

1.มาตรการงดรับบริจาคโลหิตชั่วคราวจากผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019

1.1 ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ งดบริจาคโลหิต 14 วัน นับตั้งแต่วันที่เดินทางออกมาและไม่มีอาการผิดปกติใดๆ (แนะนำให้งดบริจาคโลหิต 14 วันเพื่อเว้นระยะความปลอดภัย 1 เท่าของระยะเวลาฟักตัวของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์อื่นในร่างกายที่มีรายงานแล้ว 2-10 วันขณะที่ยังไม่มีรายงานระยะฟักตัวของเชื้อตัวใหม่นี้)

1.2 ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019ให้งดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 28 วันหรือ 4 สัปดาห์ นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019และหรือหายป่วยโดยไม่มีอาการใดๆหลงเหลืออยู่ (แนะนำให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์เพื่อเว้นระยะความปลอดภัย 1 เท่าของระยะเวลาการพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นในโลหิต 2-16 วัน)

1.3 ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019งดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 28 วันหรือ 4 สัปดาห์)

2.มาตรการเรื่องการให้ข้อมูลการเจ็บป่วยหลังบริจาคโลหิตและการเรียกคืนโลหิตและส่วนประกอบโลหิต

2.1 ภายใน 14 วันหลังบริจาคโลหิต หากผู้บริจาคโลหิตได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ให้ผู้บริจาคโลหิต ญาติ หรือ โรงพยาบาลที่ทำการรักษาแจ้งให้หน่วยงานที่ให้หน่วยงานที่ให้บริการโลหิต ได้แก่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ หรือโรงพยาบาลที่รับบริจาคโลหิตทราบทันที

2.2 หน่วยงานที่ให้บริการโลหิต ต้องมีแนวทางปฏิบัติในการรับข้อมูลข่าวสาร จากผู้บริจาคโลหิต แล้วดำเนินการกักกันหรือเรียกคืนโลหิตและส่วนประกอบโลหิต จากผู้บริจาคโลหิตครั้งนั้นๆ ที่ยังอยู่ในคลังและยังไม่ได้ให้ผู้ป่วยกลับคืนเพื่อการตรวจวินิจฉัยและทำลาย

2.3 โรงพยาบาลต้องมีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยของโลหิตที่ให้แก่ผู้ป่วย(hermovigilance system และติดตามผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตจากผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตจากผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประกาศ ณ วันที่ 29 ม.ค. 2563

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand