4
shared

ปริมาณยาต่างกัน! สธ.โต้ลอกสูตรยารักษาเชื้อไวรัสโคโรนาจากจีน

3 กุมภาพันธ์ 2563 15:00 1713

สธ.แจงสูตรยา รพ.ราชวิถี รักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อาการดีขึ้นใน 2 วัน หมอไทยใช้ก่อนที่จีนจะตีพิมพ์รายงานวิธีการรักษา แต่สูตรปริมาณยาต่างกัน ไทยให้สูงกว่า 2 เท่า

จากกรณี รพ.ราชวิถี ใช้สูตรยาต้านไวรัสเอชไอวี และยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ร่วมกันในการรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่มีอาการรุนแรงจนอาการดีขึ้นใน 12 ชั่วโมง และตรวจไม่พบเชื้อใน 48 ชั่วโมง แต่ในโซเชียลมีเดียได้นำรายงานการศึกษาของจีนว่ามีการใช้สูตรยา 2 กลุ่มนี้ร่วมกันเช่นกันนั้น

วันนี้ (3 ก.พ.63) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคนี้เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ ยังเกิดขึ้นมาบนโลกไม่ถึง 2 เดือน ตอนนี้ยังไม่มีวิธีการรักษามาตรฐาน โดยแพทย์ จากรพ.ราชวิถี ได้ไปศึกษาว่า นอกจากการให้ยาต้านไวรัสเอดส์ 2 ตัว คือ ยาโลพินาเวียร์ และยาริโทนาเวียร์แล้วนั้น พบว่า มีการใช้ยารักษาไวรัสไข้หวัดใหญ่ ยาโอเซลทามิเวียร์ ที่ช่วยรักษาโรคเมอร์สจากเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน จึงนำมาใช้ร่วมกัน โดยยาต้านไวรัสเอดส์ กลไกการทำงาน คือไปช่วยยับยั้งการขยายตัวของไวรัสในเซลล์ แต่ไวรัสในเลือดก็ยังเข้าไปในเซลล์ได้อยู่ดี แต่ยาโอเซลทามิเวียร์ จะช่วยทำให้เชื้อไวรัสใหม่ ไม่เข้าไปในเซลล์ ก็เป็นการลดทอน

"สำหรับกรณีที่ว่าจีนก็มีการรายงานผลการรักษาออกมาด้วยยาร่วมกันทั้ง 2 กลุ่มนี้เหมือนกันนั้น ต้องขอทำความเข้าใจว่า เรารับผู้ป่วยมาเมื่อวันที่ 29 ม.ค. และได้เริ่มทำการให้ยาตั้งแต่วันนั้นเลย ขณะที่ผลการศึกษาครั้งที่สองของจีนที่ออกมาตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศนั้นก็เป็นวันที่ 29 ม.ค.เช่นกัน และเวลาที่ไทยก็เร็วกว่าอังกฤษถึง 6 ชั่วโมง แต่ทีมแพทย์ของเรายังไม่ได้อ่าน

การรักษาของทีมแพทย์ รพ.ราชวิถี จึงเป็นการรักษาก่อนที่จะเห็นรายงานการรักษา ก็เรียกว่า คิดตรงกัน เขาอาจมีการใช้โอเซลทามิเวียร์ก่อนเรา แต่ยังไม่มีการตีพิมพ์ออกมา โดยเราใช้ยาต้านไวรัสเอดส์ครั้งละ 2 เม็ด 2 เวลาเช้าเย็น และยาโอเซลทามิเวียร์ 2 เม็ด 2 เวลาเช้าเย็นซึ่งผลการรักษาเราจึงดีขึ้นเร็วใน 12 ชั่วโมงไข้ลด และผลแล็บเป็นลบใน 48 ชั่วโมง ส่วนที่เราใช้ยาขนาดสูงเพราะเราพิจารณาแล้วว่า คนไข้มีอาการหนักและตัวใหญ่ขณะที่การมาดูผลการรักษาของจีนในภายหลังพบว่า ไทยเราใช้ขนาดดับเบิลกว่าจีน 2เท่า โดยจีนให้ยาต้านไวรัสเอดส์แค่ครั้งละ 1 เม็ด จำนวน 2 เวลาเช้าเย็น และโอเซลทามิเวียร์ 1 เม็ด 2 เวลาเช้าเย็น" นพ.สมศักดิ์ กล่าว

และว่า สำหรับวิธีการรักษาด้วยยาสูตรดังกล่าวเรากำลังส่งไปตีพิมพ์ที่ต่างประเทศ และกำลังนำเข้าที่ประชุมแนวทางการดูแลรักษา ซึ่งมีการนำรายงานการรักษาต่างๆ จากทั่วโลกมาพิจารณา ซึ่งสูตรยานี้ที่ใช้ก็อาจเสนอเป็นทางเลือกในการรักษาต่อไปว่า หากเจอผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และใช้ยาสูตรอื่นที่มีการนำเสนอแล้วไม่ได้ผลก็เอาสูตรนี้มาใช้เพิ่ม ก็ถือเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ แต่จะต้องเก็บข้อมูลการใช้ให้มากขึ้น แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการรักษาที่เป็นมาตรฐาน

นพ.พจน์ อินทลาภาพร หัวหน้างานโรคติดเชื้อ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ รพ.ราชวิถี กล่าวว่ายาต้านไวรัสเอดส์ที่ใช้ถือเป็นยาอันตราย ต้องสั่งใช้โดยแพทย์ ดังนั้น การนำยามาใช้เองถือเป็นอันตราย ไม่ควรหามาใช้เอง แม้จะมีรูปภาพของยาเผยแพรออกไป เพราะยามีมีผลข้างเคียงมาก เมื่อเข้าไปในร่างกายและขับผ่านตับ จะไปลดการขับยาอื่นที่ตับด้วย จึงทำให้มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาอื่นร่วมด้วยได้ ถือเป็นเรื่องอันตราย เช่น อาจมียาหลายๆ ตัว เช่น ยาลดความดัน ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาไมเกรน ยารักษาไขมันในเลือด ยารักษาสิว ฯลฯ ถ้าให้ร่วมกันแล้วผลข้างเคียงมากขึ้นและเป็นอันตราย อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่ควรนำมาซื้อรับประทานเพื่อป้องกันหรือรักษาใดๆ ก็ตาม

นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ราชวิถี หนึ่งในแพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วย กล่าวว่าผู้ป่วยจากอู่ฮั่นที่ได้รับยาสูตรนี้นั้น อาการดีขึ้น เอกซเรย์วันนี้อาการดีขึ้นชัดเจน ดีขึ้นเรื่อยๆ ต้องบอกว่ายังไม่ใช่หาย ผลตรวจจากเยื่อบุโพรงจมูกจากผลบวกเป็นลบ ส่วนผู้ป่วยอีกรายหนึ่งที่ใช้ยาเหมือนกันก็อาการดีมาก ตอนนี้แค่รอผลว่า ถ้าผลตรวจไม่เจอเชื้อ 2 วัน 2 ครั้ง ก็จะให้กลับบ้าน

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand