7
shared

สธ.นัดประชุมทั่วประเทศรับมือโคโรนา ยอดเฝ้าระวังโรคพุ่ง 485 ราย

3 กุมภาพันธ์ 2563 17:00 1099

กระทรวงสาธารณสุข แถลงยอดการติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงเดิม 19 ราย ขณะที่ เฝ้าระวัง 485 ราย ส่วนใหญ่ผลตรวจเป็นลบ และเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล พร้อมจัดบิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่สาธารณะ

วันนี้ (3 ก.พ.63) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย โดยยอดการติดเชื้อผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยังคงเดิม19 ราย แต่ยอดจำนวนการเฝ้าระวังสอบสวนโรคเพิ่มขึ้น จาก 103 ราย เป็น 485 ราย ในจำนวนนี้ กลับบ้านแล้ว 57 ราย และยังคงนอนเฝ้าระวังโรคที่โรงพยาบาล 388 ราย ส่วนใหญ่ผลตรวจเป็นลบ และเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

สัปดาห์นี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจัดให้เป็นสัปดาห์ บิ๊กคลีนนิ่งวีค ซึ่งจะดีเดย์ในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก ตามสถานที่สาธารณะ 7 สถานที ได้แก่ สถานที่ราชการ รถรับจ้างประจำทางสาธารณะ รถขสมก. หรือรถตู้ตามวินต่างๆ บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT บริเวณร้านอาหาร โรงแรม และปั๊มน้ำมัน และจะมีการลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้มีความตื่นตระหนกกับสถานการณ์ดังกล่าว

ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากทั่วโลก อยู่ที่ 14,553 ราย ใน 26 ประเทศ ตอนนี้มีประเทศสเปนเพิ่มมาอีก 1 ประเทศ ในการพบผู้ติดเชื้อ และในวันพรุ่งนี้จะมีประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับนายแพทย์สาธารณสุขทั่วประเทศ ประชุมในการับมือและรับทราบแนวทาง ในการป้องกันควบคุมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ให้โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน จัดตั้งคลินิกไข้หวัดบริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองประชาชน


นอกจากนี้ ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สูตรยาที่โรงพยาบาลราชวิถีใช้ในการรักษา ให้กับคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่มีอาการรุนแรง โดยใช้สูตรยาต้านไวรัสเอดส์ ร่วมกับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โอเซลทามิเวียร์จนผู้ป่วยอาการดีขึ้นใน 12 ชั่วโมงและตรวจเชื้อผลเป็นลบใน 48 ชั่วโมง

ทางทีมแพทย์ไทย ระบุว่า ในประเทศจีนมีการใช้ยาลักษณะนี้มาก่อน โดยมีการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์เมื่อวันที 29 มกราคม 63 ด้วยวิธีการรักษาเดียวกัน แต่ให้ปริมาณยาในผู้ป่วยที่น้อยกว่าของไทย

นพ.สมเกรียติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี อธิบายว่า ยาทั้ง 2 กลุ่มไม่ใช่ยาใหม่แต่เป็นยาที่มีการใช้อยู่แล้ว โดยกลุ่มหนึ่งจะยับยั้งการเพิ่มการขยายตัว ของไวรัส และอีกกลุ่มจะช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสไม่ให้เข้าสู่เซลล์เพิ่มขึ้น ส่วนการใช้ยาทั้ง 2 กลุ่มร่วมกันของแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีนั้น แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยสูตรยาคู่ขนานเช่นนี้ตั้งแต่วันแรกที่รับคนไข้เมื่อวันที่ 29 ม.ค.

ส่วนการจะนำวิธีการรักษา นี้ไปรักษากับผู้ป่วยรายอื่นที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วยหรือไม่นั้น เบื้องต้นทางทีมแพทย์ต้องพิจารณาอาการของผู้ป่วยแต่ละรายว่ามีระดับความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตัวยามีผลข้างเคียงต่อร่างกาย หากมีการใช้ร่วมกับยาอื่น

ทั้งนี้ การรักษาด้วยยาสูตรดังกล่าว กำลังส่งไปตีพิมพ์ที่ต่างประเทศ และจะนำเข้าที่ประชุมแนวทางการดูแลรักษา โดยเสนอเป็นทางเลือกในการรักษาต่อไปว่า หากเจอผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และใช้ยาสูตรอื่นที่มีการนำเสนอแล้วไม่ได้ผลก็เอาสูตรนี้มาใช้เพิ่ม แต่จะต้องเก็บข้อมูลการใช้ให้มากขึ้น

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand