8
shared

สภาเภสัชกรรม เตือนไม่ควรหาซื้อยาต้านไวรัส HIV มากินเอง

4 กุมภาพันธ์ 2563 19:57 541
สภาเภสัชกรรม เปิดข้อมูลตัวยาต้านไวรัส 2 กลุ่ม ที่ถูกนำมาใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรหาซื้อยากลุ่มดังกล่าวในออนไลน์เนื่องจากเป็นยาควบคุมพิเศษ

วันนี้ (4 ก.พ.63) สภาเภสัชกรรม จัดเสวนายารักษาโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 กรณีศึกษาพัฒนาคุณภาพระบบทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการเข้าถึงยา นำโดย รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม รศ.ดร.ภญ.นุศราพร เกษสมบูรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

รศ.ดร.ภญ.จิราพร กล่าวว่า ยาโลพินาเวียร์ ยาริโทนาเวียร์ เป็นยาสูตรผสมรูปแบบเม็ด ในกลุ่มยาต้านไวรัสเอชไอวี และยาโอเซลทามิเวียร์ กลุ่มยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ถูกนำมา เป็นยารักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งในประเทศไทย ยาโลพินาเวียร์ ยาริโทนาเวียร์ ได้ประกาศบังคับใช้สิทธิเพื่อนำเข้าหรือผลิตยาโดยรัฐ หรือที่เรียกว่า CL มา ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเป็นยาสูตรสำรองที่สองสำหรับรักษาเอชไอวี

จากมาตราการ CL ทำให้ไทยมียาตัวดังกล่าวในราคาที่ไม่แพงและมีใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงแรกหลังประกาศใช้มาตรการ CL ไทยนำเข้ายานี้จากอินเดีย และในปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตเองได้ จึงยิ่งทำให้ราคาลดลง จากก่อนประกาศใช้มาตรการ CL ยามีราคา 74.23 บาทต่อเม็ด ปัจจุบันมีราคาเหลือเพียง 13.21 บาทต่อเม็ด

ทางนายกสภาเภสัชกรรม เตือนประชาชนอย่าหาซื้อยาต้านไวรัสดังกล่าวมากักตุน เพื่อหวังจะป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เอง เนื่องจาก เป็นยาที่มีการควบคุมพิเศษ และต้องจ่ายจากสถานพยาบาล และ คลีนิก เท่านั้น 

ขณะที่ ยาโอเซลทามิเวียร์ มีการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ ก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกในสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ซึ่งไทยเป็นภาคี PCT ตั้งแต่ปี 2552 ​แต่ไม่มีการจดสิทธิบัตรในไทย ทำให้องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตได้ตั้งแต่ปี 2552 โดยเป็นยาหลักในการรักษาไข้หวัดใหญ่ ราคาในไทยก็ถูกกว่าราคาที่องค์กรสากล UNICEF จัดซื้อให้ประเทศกำลังพัฒนา โดยยาโอเซลทามิเวียร์ขนาด 75 มิลลิกรัม ที่ องค์การเภสัชกรรมผลิต มีราคาเม็ดละ 25 บาท ส่วนราคาที่องค์กร UNICEF ซื้อได้มีราคาเม็ดละ 44.46 บาท ขณะนี้สิทธิบัตรในยาโอเซลทามิเวียร์ที่จดในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่หมดอายุแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางสภาเภสัชกร และนักวิชาการจึงอยากให้ภาครัฐหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาควบคุมราคายาในชนิดอื่นด้วยที่มีความจำเพาะ เฉกเช่นเดียวกับ ยาต้านไวรัส 2 กลุ่ม ที่ถูกใช้รักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อให้อนาคตผู้ป่วยได้เข้าถึงยาในราคาที่ถูก

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand