4
shared

ยืนคุกตลอดชีวิต! หนุ่มอดีตเวรเปลรพ.ราชวิถี ฟัน รปภ.ดับ

5 กุมภาพันธ์ 2563 13:55 495
ยืนคุกตลอดชีวิต! หนุ่มอดีตเวรเปลรพ.ราชวิถี ฟัน รปภ.ดับ

ศาลอุทธรณ์ ยืนจำคุกตลอดชีวิต หนุ่มอดีตเวรเปล รพ.ราชวิถี ใช้มีฟัน เจ้าหน้าที่ รปภ. เสียชีวิต ชี้ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ

วันนี้ (5 ก.พ.63) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายภัทรพงษ์ อายุ 31 ปี อดีตพนักงานเวรเปล รพ.ราชวิถี ประจำสถาบันโรคผิวหนัง จำเลยในคดีฆ่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โรงพยาบาลราชวิถี จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำ อ.2768/60 ที่ พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายภัทรพงษ์ เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ จากกรณีเมื่อวันที่ 10มิ.ย.60 ช่วงเวลากลางวัน จำเลยได้ใช้มีดฟัน นายสัญชาย อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ รพ.ราชวิถี เข้าที่ลำคอด้านซ้าย เส้นเลือดแดงฉีกขาดจนถึงแก่ความตาย เหตุเพราะผู้ตายไม่ให้จำเลยจอดรถในที่ห้ามจอด เหตุเกิดที่ รพ.ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 371 ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ให้จำคุกตลอดชีวิต , ฐานพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะฯ ปรับ 1,000 บาท ต่อมาจำเลย ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่า ไม่ได้มีเจตนาฆ่า โดยมีดสะบัดไปโดนผู้ตาย เป็นการป้องกันตัวจากผู้ตายนำท่อนเหล็กมาตี และหากศาลพิจารณาว่ามีความผิดขอให้ลดโทษหรือลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์นัดพิพากษาในวันนี้เวลา 09.30 น. ที่ ห้องพิจารณาคดี 811

สำหรับคดีนี้ หลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายอัครเดช บิดาของ นายภัทรพงษ์ จำเลย เกิดความเครียดที่บุตรชายถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ในคดีทำร้ายผู้อื่นจนเสียชีวิต ก่อนกระโดดลงจากชั้น 8 อาคารศาลอาญาหวังฆ่าตัวตาย โดยร่างของนายอัครเดช ได้ตกลงมากระแทกกับต้นไม้ที่ปลูกไว้ก่อนจะถึงพื้น จนได้รับบาดเจ็บสาหัสแขนขาหักก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์รักษา เหตุเกิดเมื่อ 27 มี.ค.62

เมื่อถึงเวลาศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสำนวนปรุชมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามาน้ำหนักให้รับฟังได้มั่นคงว่า เหตุที่เกิดจากความไม่พอใจที่ผู้ตายบอกจำเลยไม่ให้จอดรถในที่ห้ามจอด ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ช่วงเกิดเหตุมีดสะบัดไปโดนผู้ตายอันเป็นการป้องกันตัวที่ผู้ตายใช้ท่อนเหล็กตีกลับจำเลยจากป้องยามนั้นขัดกับคราบโลหิตที่พบในที่เกิดเหตุ และภายในป้อมยาม ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์อ้างว่า ได้เข้ามอบตัว และให้การรับสารภาพเรื่องอาวุธ รวมทั้งนำเสื้อผ้าที่ใส่วันเกิดเหตุมอบให้พนักงานสอบสวนนั้น ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยเพียงแต่นำกางเกงยีนส์ที่ใส่มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ส่วนอาวุธมีดทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำการตรวจดีเอ็นเอแล้วจึงได้ติดตามรวบรวมหลักฐานมา ขณะที่จำเลยก็ขอให้การในชั้นศาล โดยในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธซึ่งไม่ได้มีข้อมูลที่เป็นการให้ความรู้ต่อศาล กรณีของจำเลยจึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้จำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นฯ และปรับ 1,000 บาท ฐานพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ผู้พิพากษาถามถึงอาการของบิดาจำเลย ที่เคยกระโดดจากอาคารศาลอาญา ชั้น 8 กระแทกต้นไม้ ก่อนตกลงพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัสแขน-ขาหักในวันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมื่อปี 2562 หลังจากเกิดความเครียดที่บุตรชายต้องถูกจำคุกตลอดชีวิต โดย นายภัทรพงศ์ จำเลย กล่าวต่อศาลว่า บิดาอาการดีขึ้น สามารถเดินได้ปกติแล้ว ขณะที่ผู้พิพากษาได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้จำเลยทราบด้วยว่ายังสามารถยื่นฎีกาได้ตามขั้นตอนอีก



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand