3
shared

คนไทยโอกาสติดเชื้อโคโรนาน้อย! คุมขายหน้ากากอนามัย คนละ 10 ชิ้น

6 กุมภาพันธ์ 2563 15:52 295

สถานการณ์ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทย เบื้องต้น ยอดผู้ติดเชื้อผสมอยู่ที่ 25 ราย กลับบ้านได้แล้ว 9 ราย อยู่ในโรงพยาบาลห้องแยกโรค 16 คน

วันนี้ (6 ก.พ.63) กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวสถานการณ์ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทยประจำวันนี้ มี นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แถลงข่าวประจำวัน

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า สถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงการแพร่โรค แต่การแพร่โรคอยู่ในวงจำกัด เหมือนอีกในหลายประเทศ ทำให้ประเทศไทย มีโอกาสที่จะเจอผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้รวมถึงผู้ที่สัมผัสกับกลุ่มเสี่ยง ยังคงยืนยัน คนไทยยังมีโอกาสต่ำมากที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทยโดยประเทศไทยยังคงมาตรการการคัดกรองตั้งแต่สนามบิน การติดตามกลุ่มเสี่ยง กลุ่มผู้ที่สัมผัสกลุ่มเสี่ยง ซึ่งได้มีการขยับมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น ในกลุ่มผู้ที่มีอาชีพขับรถสาธารณะประจำทาง ขับรถแท็กซี่ ผู้ที่ขับรถทัวร์รับนักท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มพนักงานขายของที่ระลึก ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติตามสถานที่ต่างๆ

สำหรับสถานการณ์ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทย ยอดสะสม อยู่ที่ 25 ราย รักษาหายแล้วกลับบ้านได้ 9 ราย ขณะนี้นอนโรงพยาบาล ในห้องแยกโรค 16 ราย ส่วนผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคหรือ PUI มีทั้งหมด 546 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลก อยู่ที่ 28,274ราย เสียชีวิต 565 ราย


ระหว่างการแถลงข่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาร่วมสังเกตุการณ์ ระบุว่า หากหาซื้อ เจลแอลกอฮอล์ไม่ได้ ประชาชนสามารถทำเองได้ โดย แอลกอฮอล์น้ำสีฟ้า ก็สามารถมาทำความสะอาดได้ รวมถึงตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการหารือผู้ประกอบการในการเร่งผลิตหน้ากากอนามัย

ขณะที่ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า กำลังการผลิต และการจำหน่ายในประเทศ ในสภาวะปกติที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตหน้ากากอนามัย อยู่ 1.4 ล้านชิ้นต่อวัน จำหน่าย อีก 1 ล้านชิ้นต่อวัน และได้มีการหารือให้ผู้ประกอบการผลิตลดการส่งออกของหน้ากากอนามัยให้น้อยลง เนื่องจากภายในประเทศมีกำลังความต้องการมากขึ้น

ในส่วนสาธารณสุข โรงพยาบาลต่างๆ ประชาชนที่ป่วย ยังคงมีความต้องการเช่นเดียวกัน เบื้องต้นได้ให้องค์การเภสัชกรรมแบ่งปันส่วน มาจากโรงงานผลิต ให้แก่กลุ่มดังกล่าว

ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการประชุมหารือแนวทางป้องกันปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพร้อมด้วย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นมีผู้ผลิตผู้ผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ จากไทย เข้าร่วมประชุม 12 บริษัท


นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้มีการให้บริษัทผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไทยเร่งผลิตและเพิ่มการผลิต แต่ที่ผ่านมาอาจมีปัญหาในการผลิตอยู่บ้าง เนื่องจากวัตถุดิบบางชนิดนำเข้าจากประเทศจีน จึงจำเป็นต้องหาแหล่งผลิตทดแทนใหม่ ซึ่งตอนนี้ได้แล้วและกำลังอยู่ระหว่างการเร่งการผลิต

โดยย้ำขอความร่วมมือประชาชนอย่ากักตุนหน้ากากอนามัยไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกิดการจัดสรร และเพียงพอกับทุกคน โดยหน้ากากอนามัยมีอายุการเก็บใช้งานได้ไม่เกิน 5 ปี และต้องเก็บรักษาไม่ให้เปียกน้ำ หรือ มีความชื้น ซึ่งประชาชนทั่วไป สามารถใช้หน้ากากอนามัยได้ 1 ชิ้นต่อวัน โดยมีอายุการใช้งานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้บุคลากรที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้า เพื่อให้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ถูกใช้ในกลุ่มที่มีความจำเป็น และเหมาะสม

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ปัจจุบันกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จำกัดให้ประชาชนซื้อหน้ากากอนามัยได้เพียงคนละ 10 ชิ้นเท่านั้น และจำกัดการนำออกนอกประเทศ ไม่เกิน 500 ชิ้น ขณะนี้ จัดทีมสายตรวจลงพื้นที่สำรวจร้านค้า หากพบการกักตุนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท

ขณะที่ องค์การเภสัชกรรม สามารถรับหน้ากากจากผู้ผลิตหน้ากากอนามัยเฉลี่ยวันละ 150,000 ชิ้น และจำหน่ายในราคาชิ้นละ 1 บาท ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ทางองค์การเภสัชกรรมได้รับจากบริษัทผู้ผลิตบางส่วนจะถูกนำมาไว้ส่วนกลางเพื่อกระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์และให้กับประชาชนในกลุ่มเสี่ยง

สำหรับเจลแอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันเชื้อโรคบริเวณมือ เบื้องต้นองค์การเภสัชกรรมแนะนำหากไม่สามารถหาซื้อเจลแอลกอฮอล์ได้ ก็ให้ใช้แอลกอฮอล์ gpo ที่เป็นขวดสีฟ้า หยดใส่มือล้างทำความสะอาดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีแอลกอฮอล์ถึงร้อยละ 70


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand