2
shared

ย้อนอดีตสถิติ 'ยุบพรรค' ในรอบ2ทศวรรษ-โทษประหารการเมือง

21 กุมภาพันธ์ 2563 19:13 623
ย้อนอดีตสถิติ 'ยุบพรรค' ในรอบ2ทศวรรษ-โทษประหารการเมือง

ย้อนอดีตสถิติการยุบพรรคในรอบ 2 ทศวรรษ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 มีพรรคการเมืองใดที่รอดและไม่รอดจากโทษประหารยุบพรรค


ชัดเจนไปแล้ว สำหรับคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่  ซึ่งต้องบอกว่าเป็นพรรคการเมือง อันดับ 6  ในการวินิจฉัยสั่งยุบพรรค ในชั้นกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ ในห้วง 2 ทศวรรษ ซึ่งที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองใดที่เข้าสู่กระบวนการรูปแบบนี้ ในคำร้องขอยุบพรรคการเมืองบ้าง และมีพรรคการเมืองใดที่รอด จากโทษประหาร ยุบพรรค วันนี้ ทีมข่าวการเมืองได้นำมาไล่เรียง ย้อนดูสถิติการยุบพรรคจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ได้ทราบกัน 


ย้อนอดีตสถิติการยุบพรรคในรอบ 2 ทศวรรษ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 สถาปนาอำนาจ “ยุบพรรค” ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคใหญ่ ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจำการในสภาแล้ว 5 พรรค เริ่มจาก

1.พรรคไทยรักไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ยุบพรรค เมื่อ 30 พ.ค. 2550 พร้อมกับให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งกรรมการบริหารมีกำหนด 5 ปี จากข้อกล่าวหาการจ้างวานพรรคเล็ก ลงสมัครรับเลือกตั้งช่วยเหลือพรรคไทยรักไทยหนีเกณฑ์ 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง  ที่มีผู้สมัครคนเดียว

2.พรรคพลังประชาชน 3.พรรคมัชฌิมาธิปไตย และ 4.พรรคชาติไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรค ในวันที่ 2 ธ.ค. 2551 จากกรรมการบริหารพรรคถูกใบแดงกรณีทุจริตเลือกตั้ง (ในกรณีพลังประชาชน และมัชฌิมาธิปไตย ศาลมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ขณะที่ชาติไทย ศาลมีมติ 8 ต่อ 1 ให้ยุบพรรค)

ขณะที่พรรคน้องใหม่ พรรคไทยรักษาชาติ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรค เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค (แม้ไม่มี ส.ส.ในสภา แต่ถือเป็นพรรคหลักในการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62)


พร้อมกันนี้ มี 7 พรรคการเมืองไม่ถูกยุบ หลังถูกส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มจาก

พรรคประชาธิปัตย์ ถูกชงให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ถูกยุบ เหตุการณ์ยุบพรรคครั้งแรก เกิดขึ้น 30 พ.ค. 2550 วันเดียวกับการยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์พ้นผิด 4 ข้อหาที่อัยการสูงสุดยื่นให้ยุบพรรค 

พรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่โซนยุบพรรคครั้งสอง ปี 2553 จาก 2 กรณีคือ  1.ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 4 ต่อ 2 ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ 29 พ.ย. 2553 กรณีใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจาก กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดภายใน 15 วัน นับจากที่ กกต.มีมติ กระบวนการยื่นยุบพรรคจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

2.ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 4 ต่อ 3 เมื่อ 9 ธ.ค. 2553 ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีพรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) 258 ล้านบาท ช่วงการเลือกตั้งปี 2548 โดยไม่แจ้งต่อ กกต.

เนื่องจากนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ทำความเห็นยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนให้อัยการสูงสุดยื่นยุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติยกคำร้อง เพราะศาลเห็นว่าการยื่นยุบพรรคข้ามขั้นตอนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ไม่ชอบด้วยวิธีปฏิบัติ

ส่วนการยุบพรรค พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ถูกกลุ่ม 40 ส.ว.ยื่นยุบพรรคพร้อมกัน จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เรื่องแก้ไขที่มา ส.ว.เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ในมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ 2559 โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเข้าข่ายการกระทำดังกล่าว แต่ไม่ยุบทั้ง 6 พรรค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบอนาคตใหม่-ตัดสิทธิ์กก.บห.พรรค10ปี

เปิด16รายชื่อกก.บห.พรรคอนาคตใหม่ โดนตัดสิทธิ์10ปี

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand