6
shared

มองอย่างเจี๊ยบ : ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในศึก "ออล อิงแลนด์ 2020"

17 มีนาคม 2563 12:23 3324
มองอย่างเจี๊ยบ : ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในศึก "ออล อิงแลนด์ 2020"

มองอย่างเจี๊ยบ ฉบับที่ 6 พาทุกท่านไปรีวิวศึก ออล อิงแลนด์ 2020 กันอีกครั้ง กับทุกเรื่องที่ใครหลายคนอยากรู้ ทั้งผลงานนักกีฬาไทย , แชมป์ทุกประเภทที่เกิดขึ้น โดยมุมมองคัมภีร์แบดมินตันเมืองไทยครับ

สวัสดีครับ!!!! กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ "มองอย่างเจี๊ยบ" คอลัมน์กีฬาสำหรับคนรักแบดมินตัน เราพบกันเป็นฉบับที่ 6 แล้วนะครับ อันดับแรกผมต้องขออภัยที่เว้นช่วงจากฉบับที่ 5 มานานกว่าเดือนครึ่ง เนื่องด้วยการที่แบดมินตัน ไม่มีโปรแกรมแข่งในช่วงหลัง และการกลับมาของฟุตบอลไทยลีก ที่ผมต้องไปรับผิดชอบส่วนงานตรงนั้นเป็นหลัก 


แต่เนื่องด้วยเวลานี้ ฟุตบอลไทยลีก และลีกหลักๆในยุโรป ทำการเบรกหนีไวรัสโควิด-19 ไปแล้วเกือบทั้งหมด ผมจึงไม่รอช้า ต่อสายไปหากูรูประจำคอลัมน์ นั่นก็คือ "อาจารย์เจี๊ยบ" ธนัช อัศวนภากาศ ทันที เพื่อพูดถึงศึกแบดมินตัน "ออล อิงแลนด์ 2020" เวิลด์ทัวร์ระดับ 1000 อีกหนึ่งรายการยิ่งใหญ่ประจำปีที่เพิ่งจบลงไปหมาดๆ แชมป์ในทุกประเภท ทุกคนคงจะรู้กันแล้ว แต่มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ ว่าแล้ว...ไปคุยกับคัมภีร์แบดมินตันเมืองไทยกันครับ


Q : สวัสดีครับ อาจารย์เจี๊ยบ ! คิดถึงอาจารย์มากๆเลย อันดับแรกก่อนเข้าสู่เนื้อหาสำคัญ ผมอยากให้อาจารย์พูดถึงความเป็นมา ความยิ่งใหญ่และมนต์ขลังของ "ออล อิงแลนด์" ให้แฟนๆได้ทราบกันอีกสักครั้งครับ ?


อ.เจี๊ยบ : อย่างที่ทุกคนรู้ครับ ศึก ออล อิงแลนด์ เป็นรายการแบดมินตันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ปีนี้เป็นปีที่ 110 แล้ว คือในอดีตตอนที่ยังไม่มีการชิงแชมป์โลก รายการนี้เปรียบเสมือนชิงแชมป์โลกอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งหากใครที่ได้แชมป์เขาก็จะให้การยอมรับกันว่าเป็นแชมป์โลกครับในอดีต


Q : ผมขอถามเชิงวิชาการนิดนึงนะครับ ปัญหาโควิด-19 ที่กำลังลุกลามวุ่นวายตอนนี้ เข้ามาส่งผลกระทบอะไรบ้างกับ "ออล อิงแลนด์" ในครั้งนี้บ้างครับ ?


อ.เจี๊ยบ : อันดับแรกที่ผมเห็นเลยนะครับ คือการแข่งขันในครั้งนี้ ทัพนักแบดมินตันจากจีน ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยแม้แต่ประเภทเดียว เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1995 นั่นคือ 25 ปีเต็ม ทั้งที่พวกเขาขนนักกีฬามือท็อปมาเต็มตะกร้า แต่เนื่องด้วยการที่นักแบดจีนต้องเดินทางล่วงหน้าก่อนการแข่งขันจะเริ่มถึง 14 วัน ตามกฏการป้องกันโควิด-19 ในตอนนี้ อย่างที่เห็นว่านักกีฬาจีนและฮ่องกง ก็ไม่ได้เล่นชิงแชมป์เอเชียก่อนหน้านี้ ทีนี้พอไม่ได้แข่งมาสักพัก สนิมก็เกาะ การเดินทางมาล่วงหน้าถึง 3 สัปดาห์ ส่งผลให้ การปรับตัวหลายอย่างมันมีปัญหาครับ ทั้งเรื่องการฝึกซ้อม สภาพอากาศ และ อาหารการกิน มันคงไม่ธรรมชาติเหมือนอยู่ที่บ้าน ส่วนในแง่ของความนิยมจากแฟนกีฬา เท่าที่ผมเห็น ก็ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้คนมาดูน้อยกว่าในทุกปีที่ผ่านมา แม้จะดูเหมือนเยอะก็ตามจากหน้าจอ แต่ถ้าดูจาก Feed สด ผมมองว่าน้อยลงไปในระดับนึงครับ


Q : เราจะเข้าสู่การพูดถึงนักกีฬาไทยแล้วนะครับ ผมเริ่มที่ บาส-ปอป้อ เลยละกัน เกิดอะไรขึ้นในรอบชิงฯคู่ผสมครับ เพราะก่อนแข่ง สื่อ มองว่าเราเหนือกว่านิดนึง มีโอกาสคว้าแชมป์มากกว่า ?


อ.เจี๊ยบ : จริงๆแล้วถ้ามองที่ฟอร์มการเล่น ทาง จอร์แดน & อ็อกตาเวียนติ ไม่เป็นรองแล้ว การเจอกันสามครั้งหลังสุดเราก็แพ้รวด ต้องชมการวางแผนของทางโค้ชอินโดฯด้วย เขาแก้ทางเรามาได้ดีมากครับ คือให้ อ็อกตาเวียนติ เคลื่อนตัวเยอะและเร็วมาก ดักลูกของเราได้ทั้งหมด ส่วน จอร์แดน เค้ายืนเข้ามาประกบคู่ของเขาเร็วมาก พอเราวางครึ่งคอร์ท เค้าก็กระแทกได้เร็วตลอด บีบให้เราต้องโยน พอเราต้องโยน ก็เสร็จ เข้าทางลูกตบอันหนักหน่วงของจอร์แดนครับ และที่สำคัญอีกเรื่อง คือการที่่บาส-ปอป้อ อัดกับเกาหลีใต้ ในรอบรองฯ มาถึง 1 ชั่วโมง 23 นาที มีทั้ง 81 ช็อต , 70 กว่าช็อต หลายครั้ง เกมสามจะเห็นเลยว่าเราเร่งไม่ขึ้น ผิดกับทาง อินโดฯ ที่รอบผ่านๆมาใช้ร่างกายไม่เยอะ ทำให้พวกเขาสามารถคุมสถานการณ์ไว้ได้ ทำให้เราแพ้ไป แต่กับการก้าวขึ้นมาเป็นรองแชมป์ ต่อเนื่องจากการคว้าพระรองจากชิงแชมป์โลกเมื่อปีที่แล้ว ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เป็นการสร้างมาตรฐานและความมั่นใจให้กับตัวเองก่อนไปสู่ โอลิมปิกเกมส์ ครับ


เดี๋ยวไปวิเคราะห์คนอื่นๆกันนะครับ เฉพาะบางส่วนที่มีถ่ายทอดสดให้เห็นนะครับ ?

- "น้องเมย์" รัชนก ครับ ?


อ.เจี๊ยบ : สำหรับน้องเมย์ รัชนก ก็ต้องบอกว่าก่อนไปแข่งครั้งนี้ ร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ เล่นได้ดีนะ แต่การไปเจอกับ เฉิน ยู่เฟย ในช่วงนี้ ก็ต้องบอกว่าเราเป็นรองด้วยสถิติ และรูปแบบการเล่นของ ยู่เฟย ที่เป็นการเล่นสไตล์เทคนิค ตีลูกคมๆ และชวนลากตลอด แบบนี้ เมย์ไม่ชอบ เพราะสไตล์ของเมย์ คือการเข้าทำ มันก็บีบให้เกิด Unforce Error อีกเรื่องนึงก็พละกำลังครับ ในเกมที่สามจะเห็นเลยว่า พอแรงเริ่มถอย ก็เริ่มเร่ง ทำให้ผิดพลาด โดยเฉพาะลูกทุบหน้าเน็ตที่พลาดไป นั่นก็เป็นอีก 1 จุดเปลี่ยนครับ

- น้องหมิว พรปวีณ์ ครับ ?


อ.เจี๊ยบ : ก็ต้องยอมรับว่า น้องหมิว เป็นนักแบดมินตันที่ค่อนข้างดุดัน มีเกมแพลนที่ดี และมีทีเด็ด เป็นการต่อยอดมาจากการได้แชมป์ที่สเปน แต่มันต่างนะครับ คือรายการที่สเปน น้องหมิว ไม่ค่อยหนักมากก่อนเข้าชิง แต่ใน ออล อิงแลนด์ ครั้งนี้ น้องหมิวหนักมาตั้งแต่รอบแรก และซัดกับ เหอ ปินเจียว ก่อนจะเข้าไปดวลกับ ไต้ จู้อิง ในรอบก่อนรองฯ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นกระดูกชิ้นโต อันนี้ด้วยศักยภาพ ยังเป็นรองอยู่พอสมควรครับ ต้องยอมรับ แต่ที่สุดแล้วคนที่น้องหมิวแพ้ ก็คือแชมป์ครับ

กิ๊ฟ & วิว ครับ ?


อ.เจี๊ยบ : ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ กิ๊ฟ & วิว เล่นไม่ได้ตามที่หวังไว้ แม้จะผ่านรอบแรกมาได้ แต่ต้องบอกเลยว่าการมาเจอกับ คิม โซยัง & กอง ฮียอง  เราก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เพราะเราเคยชนะพวกเขาในรอบชิงฯที่ไต้หวันมาได้เมื่อปีที่แล้วครับ เราน่าจะมีลุ้นมากกว่านี้ครับ

- พูดถึงเยาวชนของเราทั้ง "วิว" กุลวุฒิ และ "จิว" พิทยาภรณ์ สักนิดครับ ?


อ.เจี๊ยบ : ผมพูดอยู่เสมอว่าการก้าวขึ้นมาจากการเป็นเวิลด์จูเนียร์ มาเล่นในทัวร์ จะต้องใช้เวลา 2-3 ปี กว่าที่กระดูกจะแข็งแกร่ง อย่างน้องวิว เล่นกับ หลิน ตัน กำลังจะปิดแมตช์ได้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นเรื่องความเขี้ยว และประสบการณ์ล้วนๆครับที่ต้องสะสมกันต่อไป ส่วน น้องจิว ก็ทำได้ดีสามารถบดกับ ลีน่า เคสเฟลด์ ได้ถึง 3 เกม ก็เป็นสิ่งที่ต้องเก็บไปพัฒนาต่อไป เปรียบให้เห็นภาพคือ มวยสมัครเล่น มวยโอลิมปิก เวลาเล่นมันจะสวยงามหวือหวา แต่มาเจอมวยอาชีพ มันก็จะมีความต่างอยู่ครับ แต่สองคนนี้ผมเชื่อว่ามีอนาคตแน่นอนครับ


Q : สิ่งที่นักแบดไทยในภาพรวมขาดหายไปในรายการนี้ทำให้ไปไม่ถึงแชมป์สักประเภทครับ ?

อ.เจี๊ยบ : สิ่งแรกเลยนะครับ คือเรื่องความแข็งแรง เรายังรีคอฟเวอรี่ร่างกายกันไม่ดีนัก ที่เห็นชัดคือ น้องเมย์ และ น้องหมิว ครับ การฟื้นตัวเราน่าจะต้องดีกว่านี้อีกสักนิดครับ


Q : เดี๋ยวมาดูภาพรวมของการแข่งขันหน่อยนะครับ ผมอยากให้วิเคราะห์ถึงแชมป์ทั้ง 4 ประเภท นอกเหนือจากคู่ผสมที่ยังไม่ได้กล่าวถึงครับ ?

- หญิงคู่ ?


อ.เจี๊ยบ : ก็ต้องบอกว่า ฟูกูชิมะ & ฮิโรตะ โชคดีครับ ที่มือ 1 ของโลกอย่าง เฉิน ชิงเฉิน & เจี่ย ยี่ฟาน ตกรอบไปเร็ว และก็เป็นสิ่งที่เธอทำสองทำได้สักทีกับแชมป์รายการใหญ่ เคยขึ้นเป็นมือ 1 โลกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่ เป็นรองแชมป์โลกมาสามครั้ง ก็สมใจแฟนๆครับ กับการเชียร์สองคนนี้ ส่วนฟอร์มในรอบชิงฯ ต้องบอกว่า ความมุ่งมั่น และฟอร์มในวันนั้นทำได้ดีกว่า ตู้ เย่ & หลี่ ยินฮุ่ย จริงๆครับ

- ชายเดี่ยว ?


อ.เจี๊ยบ : เป็นปีที่น่ากลัวครับ เพราะเหมือนร่างกายของ วิคเตอร์ อเซลเซ่น จะกลับมาฟิตอีกครั้ง ทั้งเกมแพลน และการออกอาวุธ ประกอบกับ โจว เทียนเฉิน เวลาเล่นรอบชิงรายการใหญ่ๆ มักจะมีความกดดันให้เห็นแบบนี้อยู่ประจำ ถือว่าไม่พลิกความคาดหมายครับ และเป็นความโชคดีที่ เคนโตะ โมโมตะ ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน

- หญิงเดี่ยว ?


อ.เจี๊ยบ : เป็นวันที่ ไต้ จู้อิง เล่นได้เต็มศักยภาพและมั่นใจมากครับ เพราะอะไร หากได้แชมป์จะกลับมาเป็นมือ 1 ของโลก และการเล่นกับ เฉิน ยู่เฟย ในสองครั้งหลังสุดแพ้มาตลอด ทำให้เธอต้องการกลับมาล้างแค้น ที่สุดเธอทำได้ รายการนี้ดูตั้งใจมากตั้งแต่รอบแรก 

- ชายคู่


อ.เจี๊ยบ : คู่ไฮไลท์ของงาน ไอคำว่างูเหลือม-เชือกกล้วย เริ่มจะใช้ได้แล้วนะครับกับการพบกันของ เควิน & กีเดี้ยน กับ เอ็นโดะ & วาตานาเบะ เพราะ 6 ครั้งหลังสุด คู่อินโดฯ แพ้รวด แมตช์นี้ก็เป็นการแสเดงให้เห็นอีกครั้ง ว่า แวนซ์อินโดฯ มีปัญหากับการเล่นกับ นินจาเจแปน จริงๆ เพราะ ญี่ปุ่นไม่เล่นลูกดาดด้วย ใช้การขึ้นลูกให้ตี ประกอบกับสองหนุ่มแวนซ ไม่ใช่สายตบหนัก สายพลัง อย่างที่ทุกคนเห็น ญี่ปุ่น เหนียวจริง เควิน เองก็เป็นอีกวันที่เจ้าตัวผิดพลาดเยอะ มากกว่ากีเดี้ยนด้วยซ้ำ ส่วนในเรื่องจิตวิทยา ก็เหมือนจะต้องการข่ม วาตานาเบะ ที่กำลังขึ้นมา แล้วเป็นสไตล์รวดเร็วเหมือนเขา ตบจนตาย สุดท้ายก็แพ้อภัยตัวเองครับ สรุปแล้วผมมองว่าแชมป์ทั้ง 5 ประเภท สมศักดิ์ศรีทั้งหมดครับ 


Q : อาจารย์คิดว่าใครคือคนที่ทำผลงานได้น่าเซอไพรส์ที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ครับ ขอสัก 1 ชื่อ หรือ 1 คู่ ?


อ.เจี๊ยบ : ความจริงแล้วมีหลายคนนะครับ ผมให้สองเลยละกัน คือ เอ็นโดะ & วาตานาเบะ ในประเภทชายคู่ เป็นพัฒนาการที่เราเห็นอย่างก้าวกระโดดของ วาตานาเบะ ในสายมี เฮนดร้า เซเทียวาน & โมฮาเหม็ด อาซาน ที่ขวางอยู่ ก็ฝ่ามาได้ กระทั่งรอบชิงฯ ก็ยังมาคว่ำคู่มือ 1 รุ่นน้องอินโดฯ ได้อีก ต้องยกให้ครับ นอกจากนี้ จอร์แดน & อ็อกตาเวียนติ ก็น่าปรบมือให้ เพราะก่อนทัวร์นาเมนต์ คงไม่มีใครมองเท่าไหร่นัก เพราะมี จีน ขวางสองคู่ , ญี่ปุ่น อีก 1 คู่ และก็ บาส-ปอป้อ แต่พวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ทำได้ครับ อะแถมอีกคน มาร์คัส เอลลิส ของเจ้าภาพก็เล่นได้ดีมากๆ ทั้งชายคู่ และคู่ผสม ถ้าเข้าชิงฯได้สักอัน สนามแตกแน่ครับ


Q : รายการต่อไปที่นักกีฬาไทยต้องโฟกัสครับ ?


อ.เจี๊ยบ : ก็คงจะเป็น โธมัส & อูเบอร์ คัพ ในช่วงกลางเดือน พ.ค. นี้ครับ เพราะเวลานี้ เวิลด์ทัวร์เก็บคะแนน ก็ยกเลิกหนีไวรัสโควิด-19 ไปหมดแล้ว ตามเชียร์กันต่อไปครับ ส่วนการคิดคะแนนไปโอลิมปิก เนื่องจากไม่มีรายการให้ลงเล่นแล้ว เดี๋ยวต้องรอดูทาง BWF ประกาศในเร็วๆนี้อีกครั้งว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้


Q : สุดท้ายให้อาจารย์บอกอะไรกับแฟนๆที่อดหลับอดนอนดู "ออล อิงแลนด์ 2020" มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ?


อ.เจี๊ยบ : ผมในฐานะผู้บรรยายแบดมินตันของทรูสปอร์ต ก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆทุกท่านนะครับ ที่ตามเชียร์นักกีฬาไทย ผ่านการถ่ายทอดสดของทรูวิชั่นส์ มาโดยตลอด เป็นกำลังใจให้ทัพขนไก่เราต่อไปนะครับ ช่วงนี้โควิด-19 กำลังลุกลามไปทั่ว ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายกันด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวมาติดตามกันต่อใน โธมัส & อูเบอร์ คัพ เพราะ แบดมินตันสนุกๆ ต้องที่ ทรูสปอร์ต & ทรูวิชั่นส์ เท่านั้นครับ


นี่แหละครับคุณผู้ชมสำหรับการคุยกับอาจารย์เจี๊ยบ ในฉบับที่ 6 ไม่ได้คุยกันนาน เลยจัดเต็มเอาให้แฟนๆหายคิดถึงกันเลยทีเดียว หากใครมีคำถาม ที่ต้องการสอบถามอาจารย์ ก็สามารถทิ้งความเห็นไว้ที่คอมเมนต์ ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะนำไปถามให้ สำหรับฉบับนี้ ผมและอาจารย์เจี๊ยบ ต้องขอตัวอำลาไปก่อน แล้วพบกันอีกครั้งโอกาสหน้า สวัสดีครับ!!


เกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ

* บาส-ปอป้อ เป็นนัดแบดมินตันที่คว้ารองแชมป์รายการนี้ ครั้งที่ 8 ของนักกีฬาไทย โดยที่ยังไม่มีใครเคยได้แชมป์มาก่อน 

* วิคเตอร์ อเซลเซ่น ทำสถิติคว้าแชมป์ชายเดี่ยวให้ทัพนักกีฬาจาก เดนมาร์ก ในรายการนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี หลัง ปีเตอร์ เกด รุ่นพี่ของเขาเคยทำได้ในปี 1999


เรียบเรียงโดย : NickyMAN