3
shared

ไทยออยล์ คาด ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 29 ปี

17 มีนาคม 2563 09:42 335
ไทยออยล์ คาด ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 29 ปี

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้ จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 30-40 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล น้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 33-43 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

        วันนี้ (17 มี.ค.63) บมจ. ไทยออยล์  คาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ เนื่องจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบนำโดยประเทศซาอุดิอาระเบีย ประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตหลังข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตเดิมจะหมดลงในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.63 ถือเป็นการประกาศสงครามราคาน้ำมัน นอกจากนั้นตลาดน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตะระดับมากกว่า 1 แสนคนทั่วโลก ซึ่งกดดันความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก โดยไทยออยล์ คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 29 ปี

        โดยปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ได้แก่ 

        หลังการประชุมในวันที่ 5-6 มี.ค. ระหว่างกลุ่มโอเปกและพันธมิตรที่นำโดยประเทศรัสเซีย ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมได้ ทำให้กลุ่มโอเปกและพันธมิตรจะคงการปรับลดกำลังการผลิตไว้ที่ระดับเดิม 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงสิ้นเดือน มี.ค 63 ส่งผลให้ในช่วงเดือน เม.ษ 63 กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต อาทิเช่น ประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นสู่ระดับ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปัจจุบันที่ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เตรียมการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปที่ระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปัจจุบันที่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนเมษายนเช่นกัน

        นอกจากนั้น ประเทศซาอุดิอาระเบียยังประกาศลด Official selling price (OSP) ลงราว 6-8 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล สำหรับเดือนเม.ษ 63 ซึ่งเป็นการลด OSP ต่ำสุดในรอบหลายปี ถือเป็นการประกาศสงครามราคากับประเทศรัสเซียอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ประเทศรัสเซียประกาศว่าราคาน้ำมันดิบในระดับ 25-30 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นระดับราคาที่ประเทศรัสเซียพอใจและสามารถผลิตน้ำมันดิบออกสู่ตลาดได้อย่างน้อย 10 ปี 

        รวมทั้ง การที่ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งขึ้นสูงมากกว่า 1 แสน โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ อิตาลีและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในวงกว้าง ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นภาวะโรคระบาดรุนแรง (Pandemic) และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆทั่วโลก ดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดให้มีความรวดเร็วและเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณความน่ากังวลและอาจมีสถานการณ์ที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

        ขณะเดียวกัน สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในปีนี้ลงเป็นหดตัว 9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบหดตัวครั้งแรกในรอบหลายปี จากเดิมที่คาดการณ์ความต้องการใช้จะขยายตัว 8 แสนบาร์เรลต่อวัน

        กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการออกประมูลขายน้ำมันดิบจากคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve หรือ SPR) อย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากการราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเดิมกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ออกประมูลขายน้ำมันดิบปริมาณ 12 ล้านบาร์เรล จากปริมาณเก็บสำรองน้ำมันดิบทั้งหมด 645 ล้านบาร์เรล เพื่อนำเงินไปปรับปรุงคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ การยุติการออกประมูลดังกล่าวทำให้ตลาดคลายความกังวลต่ออุปทานที่จะเพิ่มขึ้นมาในตลาดอีก

        ตลอดจน เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขอัตราว่างงานของประเทศอังกฤษ ดัชนีราคาผู้บริโภคของกลุ่มยูโรโซนเดือน ก.พ. 63 การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯและธนาคารกลางจีน

        ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 - 13 มี.ค. 63)   ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 9.55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 31.73 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 11.42 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 33.85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 33.79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังตลาดยังคงกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก นอกจากนั้นตลาดยังผิดหวังการประชุมโอเปกและพันธมิตรที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- โควิด-19 พ่นพิษ "ดาวโจนส์" ดิ่งหนักเกือบ 3 พันจุด


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand