3
shared

ดาวโจนส์ปิดบวก 188.27 จุด หลังทั่วโลกออกมาตรการรับมือโควิด-19

20 มีนาคม 2563 07:05 377
ดาวโจนส์ปิดบวก 188.27 จุด หลังทั่วโลกออกมาตรการรับมือโควิด-19

ดาวโจนส์ปิดบวก 188.27 จุด ปิดที่ 20,087.19 จุด ขานรับสหรัฐ - แบงก์ชาติทั่วโลกออกมาตรการฉุกเฉินรับมือโควิด-19

วันนี้ (20 มี.ค.63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐและธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นกว่า 23%

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,087.19 จุด เพิ่มขึ้น 188.27 จุด หรือ +0.95%

ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,409.39 จุด เพิ่มขึ้น 11.29 จุด หรือ +0.47%

และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,150.58 จุด เพิ่มขึ้น 160.74 จุด หรือ +2.30%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศความร่วมมือกับธนาคารกลางออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บราซิล เดนมาร์ก เม็กซิโก นอร์เวย์ สวีเดน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ในการทำข้อตกลงสว็อปเพื่อเพิ่มสภาพคล่องสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ระบบการเงินทั่วโลกประสบปัญหาสกุลเงินดอลลาร์ตึงตัว เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.15% สู่ระดับ 0.10% เมื่อวานนี้ และเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีก 2 แสนล้านปอนด์ สู่ระดับ 6.45 แสนล้านปอนด์ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศโครงการใหม่ในการซื้อหลักทรัพย์ของภาคเอกชนและภาครัฐวงเงินรวม 7.50 แสนล้านยูโร โดยการดำเนินการของธนาคารกลางทั้งสองแห่งมีเป้าหมายที่จะรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมาย "Families First Coronavirus Response Act"  ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการแจกเงินสดแก่ชาวอเมริกันวงเงิน 5 แสนล้านดอลลาร์ และมาตรการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการบินวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้น 70,000 ราย สู่ระดับ 281,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.2560 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand