2
shared

สั่งเพิ่ม"รถเมล์-รถไฟฟ้า"ก่อนเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม

7 เมษายน 2563 13:27 364
สั่งเพิ่ม"รถเมล์-รถไฟฟ้า"ก่อนเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม

"ศักดิ์สยาม” สั่งรถเมล์-รถไฟฟ้า เพิ่มจำนวนรถก่อนเคอร์ฟิว 4 ทุ่มหลังประชาชนร้องเรียนรถไม่พอใช้บริการเริ่มทันที 7 เม.ย.นี้ แต่ย้ำต้องใช้มาตรการ social distancing เข้มงวด

          นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ต ลิงก์) เพิ่มจำนวนรถที่ให้บริการประชาชนในช่วงก่อน เคอร์ฟิว 22.00 น. และก่อนเริ่มวันใหม่เวลา 04.00 น. ทั้งนี้ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.63 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะยังต้องปฎิบัติตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคม (social  distancing) โดยเคร่งครัด
          นายภคพงศ์ ศิริกันทรมา ผู้ว่าการ รฟม.กล่าวว่า รฟม.จะหารือกับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือ BEM ทันที เพื่อเพิ่มความถี่ของขบวนรถที่เข้าสถานีในช่วงเช้าที่เปิดให้บริการ และก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิวของภาครัฐ (22.00-04.00 น.)  ยอมรับว่าต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่ารถขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีคือ เวลา 21.30 น. ดังนั้นผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับเคหสถานต้องเผื่อเวลาการเดินทางด้วย ทั้งนี้ ยอมรับว่าการทำ social distancing ทำให้แต่ละขบวนปกติจะรับผู้โดยสารสูงสุด 1,000 คน แต่ปัจจุบันรับผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คนเท่านั้น

         นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาความต้องการใช้บริการในช่วงประกาศเคอร์ฟิวนั้น ช่วงเช้าจะมีการปรับให้รถเมล์โดยสาร ซึ่งปกติจะให้บริการคันแรกเวลา 05.00 น. หลังจากนี้จะพยายามให้รถที่มีความพร้อมออกเดินรถก่อนเวลา 05.00 น. และปรับความถี่ของการออกรถเป็นความถี่เดียวกันกับชั่วโมงเร่งด่วนคือ มีรถออกจากอู่ระยะห่างไม่เกิน 5-7 นาที ส่วนช่วงก่อนปิดให้บริการนั้น ในช่วงเคอร์ฟิว ขสมก.จะออกรถคันสุดท้ายเวลา 20.00 น. และมีการขึ้นป้ายประกาศว่ารถคันใดจะเป็นรถก่อนครั้งสุดท้ายและรถคันใดเป็นครั้งสุดท้าย โดย ขสมก.จะเพิ่มความถี่การเดินรถที่ออกจากอู่ปลายทางเป็น 5-10 นาทีเช่นเดียวกัน
         อย่างไรก็ตามยอมรับว่าขณะนี้มีปัญหาการเดินรถใน กทม.เนื่องจากรถร่วมบริการปกติจะมี 70-80 สาย เมื่อประสบปัญหาผู้โดยสารน้อยลงไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถก็มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่หยุดให้บริการช่วงนี้ ซึ่งรถร่วมบริการเหล่านี้เปลี่ยนไปสังกัดขึ้นตรงต่อกรมการขนส่งทางบกแล้ว

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง