4
shared

น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง! หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 39.44 จุด

24 เมษายน 2563 07:30 314
น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง! หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 39.44 จุด

ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 39.44 จุด ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (24 เม.ย. 63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความหวังที่ว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะผ่านมาตรการเยียวยาธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ เนื่องจากตลาดถูกกดดันจากรายงานข่าวที่ว่า ยา remdesivir ของบริษัท Gilead Sciences ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,515.26 จุด เพิ่มขึ้น 39.44 จุด หรือ +0.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,797.80 จุด ลดลง 1.51 จุด หรือ -0.05% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,494.75 จุด ลดลง 0.63 จุด หรือ -0.01%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวนเมื่อคืนนี้ โดยในช่วงแรก ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีพุ่งขึ้นขานรับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเกือบ 20% รวมทั้งความหวังที่ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยมาตรการเยียวยาธุรกิจขนาดเล็กและโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงิน 4.84 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงบวกในเวลาต่อมา ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงสู่แดนลบ หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผลการใช้ยา remdesivir ซึ่งเป็นยาแอนตี้ไวรัสของบริษัท Gilead Sciences ในการทดสอบทางคลินิกที่จีน พบว่า ยาดังกล่าวไม่สามารถเร่งอัตราการฟื้นตัวของผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมทั้งไม่สามารถป้องกันผู้ป่วยจากการเสียชีวิต ทั้งนี้ WHO รายงานผลดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก่อนที่จะลบออกในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.4 ล้านราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.3 ล้านราย โดยการพุ่งขึ้นของตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากการที่ภาคธุรกิจได้พากันปิดกิจการ จากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก

 ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ดิ่งลง 15.4% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2556 สู่ระดับ 627,000 ยูนิต และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 645,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 741,000 ยูนิตในเดือนก.พ.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand