1
shared

กนอ.เชื่ออีอีซีรอดวิกฤตภัยแล้ง

27 เมษายน 2563 16:06 82
กนอ.เชื่ออีอีซีรอดวิกฤตภัยแล้ง

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เดินหน้าแผนสู้วิกฤตน้ำแล้งพื้นที่ตะวันออก มั่นใจน้ำต้นทุนในจังหวัดระยอง เพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นที่ อีอีซี จนถึงเดือนมิถุนายนนี้

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)  กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี     โดยระบุว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำทั้ง 4 อ่างเก็บนํ้าหลัก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง มีปริมาณน้ำต้นทุนที่ได้มาจากการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ และปริมาณน้ำฝนที่จะไหลเข้าอ่าง คาดการณ์ช่วงกลางเดือนเมษายน มีปริมาณน้ำประมาณ 93.9 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแผนการใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ 88.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะทำให้มีน้ำต้นทุนคงเหลือประมาณ 13.6 ล้านลูกบาศก์เมตร โดย กนอ.เชื่อว่า จากปริมาณน้ำดังกล่าวจะทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอใช้งานไปจนสิ้นสุดฤดูแล้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

ทั้งนี้ กนอ.มีแผนในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกมาโดยตลอด โดยที่จังหวัดระยอง ได้ทำการเพิ่มนํ้าต้นทุนให้กับ 4 อ่างเก็บน้ำหลัก ได้แก่ การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแกด ลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ประมาณ 10 ล้านลูกบาศ์กเมตร ไปเพิ่มน้ำต้นทุนยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง/สร้างระบบสูบกลับชั่วคราวจากคลองสะพาน เพื่อสูบนํ้าในกรณีมีฝนตกในพื้นที่ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์/ปรับปรุงระบบสูบกลับวัดละหารไร่จากแม่นํ้าระยอง ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณนํ้าประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จะใช้นํ้าจากคลองนํ้าหู เพื่อช่วยลดการใช้นํ้าจากอ่างเก็บนํ้าหนองปลาไหล ประมาณ 50,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน อีกทั้ง มีมาตรการเร่งด่วนด้วยการเพิ่มน้ำต้นทุนในนิคมอุตสาหกรรม โดยการนำน้ำจากคลองชากหมากมาผ่านการบำบัด และนำกลับมาใช้ใหม่ทำให้มีปริมาณน้ำใช้เพิ่มขึ้น 7,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการโดยคาดว่า จะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่ ในส่วนจังหวัดชลบุรี มีการสูบนํ้าจากอ่างเก็บนํ้าคลองหลวงรัชชโลทร มายังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี ปริมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อทดแทนปริมาณน้ำที่ส่งมาจากจังหวัดระยอง 

ส่วนกรณีการขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย นิคมอุตสาหกรรมไออาร์แอล และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ในการปรับลดปริมาณการใช้น้ำ 10%  นั้น  เนื่องจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ได้ปิดซ่อมบำรุงใหญ่สำหรับผู้ประกอบกิจการ (Shutdown/Turnaround) เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเริ่มเปิดเดินเครื่องการประกอบกิจการในช่วงเดือนมีนาคม จึงทำให้ปริมาณการใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากโควตาที่ได้รับ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 จะพบว่ามีการใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมลดลง ซึ่งเป็นความร่วมมือของ กนอ.และผู้ประกอบการโรงงานในพื้นที่ในการปรับลดปริมาณการใช้น้ำลง 10% ตามแผนที่ได้วางไว้ อย่างไรก็ตาม กนอ.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ดำเนินการตามแผนการลดปริมาณน้ำต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตแล้งในครั้งนี้ไปให้ได้


เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand