4
shared

ลุ้น Libra 2.0 สู่ Digital Currency

26 พฤษภาคม 2563 18:37 103
ลุ้น  Libra 2.0 สู่ Digital Currency

จับตา โครงการ LIBRA 2.0 ประสบความสำเร็จหรือไม่ หลังธนาคารกลางหลายประเทศ เดินหน้าพัฒนา Digital Currency

นายศรชัย สุเนต์ตา กรรมการผู้จัดการ Chief Investment Officer บริษัท หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เกือบ 1 ปี กับการเปิดตัวโครงการ Libra ที่ Facebook เป็นผู้ผลักดัน โดยมีภารกิจที่จะเป็น “สกุลเงินของโลก” ซึ่งบริหารงานโดยองค์กรอิสระที่ชื่อ “Libra Association” แต่ในช่วงที่ผ่านมา กลับเผชิญปัญหาในหลายด้านจากหน่วยงานภาครัฐในสหรัฐฯเอง และการถอนตัวจากพันธมิตร  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการ Libra ไม่สำเร็จลุล่วงอย่างที่วางแผนไว้   เนื่องจากจะทำให้อำนาจรัฐ และธนาคารกลาง ถูกลดบทบาท รวมถึงความน่าเชื่อถือของเอกชนในการสร้างเงิน Digital เพื่อเป็นตัวกลางของเงินให้มีความเป็นกลางมากที่สุด

แม้ Libra จะบอกว่าตัวเองเป็น Stable Coin ที่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง เป็นเงินของสกุลประเทศนั้นก็ตาม แต่ลองคิดภาพว่า แต่ละประเทศอนุญาตและใช้เงินสกุล Libra จริง แสดงว่าต้องมีการพึ่งพิงระบบของ Libra เสมือนเป็นการยืมจมูกคนอื่นหายใจ และหมายความว่า นอกจากรัฐบาลแล้ว Libra ก็จะรู้ถึงข้อมูลการใช้-จ่ายเงินของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบัน Customer Data เป็นข้อมูลที่มีค่ากับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ดี  Libra ก็กลับมาในชื่อ Libra 2.0 ที่มีการประนีประนอมกับทางฝั่งรัฐบาลและธนาคารกลางมากขึ้น โดย Libra Coin แบบที่ให้ธนาคารกลางทั่วโลกเข้ามาสร้างเงินสกุลดิจิทัลเองได้ โดยเริ่มแรกมี 4 สกุลเงินคือ USD, EUR, GBP และ SGD โดยต้องมีเงินสำรองในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เก็บไว้ในบัญชีธนาคารของ Libra และมีการปรับปรุงระดับความปลอดภัย และกฏเกณฑ์อื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อาจจะไม่ตอบโจทย์นี้เรื่อง ความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งาน ที่จะไม่ถูกนำไปหาประโยชน์เรื่องอื่น

 ขณะที่ ฝั่งเอเชีย ทางธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รายงานความคืบหน้า การใช้เงิน Digital Yuan หรือ Digital Currency Electronic Payment (DC/EP) โดยเป็นการเริ่มทดลองใน 4 เมือง ได้แก่ เซิ่นเจิ้น ซูโจว เฉิงตู และสงอัน โดยมีการร่วมมือกับร้านค้าอย่าง Starbucks และ McDonald’s โดย Digital Yuan จีน นั้น สามารถใช้กับ App ของตนเอง หรือ ใช้ร่วมกับระบบ Wepay, Alipay ก็ได้ แต่การที่จีน ยังคงมีการ Block Facebook  อีกทั้ง มีประเด็นสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐฯ-จีน  ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่มีทางใช้เงินสกุล Libra 

สำหรับไทย  คุ้นชินกับ Digital Money มาสักพักแล้ว เช่น Rabbit Line pay หรือ True wallet   แต่ก็ยังต้องทำการชำระเงินบาทเข้ามาในระบบก่อน และยังไม่สามารถนำไปชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย มีการพัฒนา “โครงการอินทนนท์” ที่เป็นเงินสกุลดิจิทัลของธนาคารกลาง โดยความคืบหน้าล่าสุดผลการทดสอบโครงการอินทนนท์ ระยะที่ 3 สามารถโอนเงินข้ามประเทศระหว่างธนาคารสมาชิกได้แบบ Real-time โดยได้ทดสอบกับธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) และสำเร็จไปได้ด้วยดี

ข้อดีของ Digital Currency ของธนาคารกลาง นอกจากจะทำให้ต้นทุนของการเพิมเงินในระบบลดลงแล้ว ยังสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน ในระบบได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการดำเนินการชำระเงิน Settlement ก็จะรวดเร็วขึ้นเป็นการประหยัดต้นทุน ทั้งด้านเวลา และค่าใช้จ่ายให้กับระบบการเงินของประเทศ จะเห็นว่า  Digital Currency  มาแน่  ส่วนโครงการ Libra นั้น มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างที่วางแผนไว้น้อยลง โดยสื่อชื่อดังอย่าง Financial Times ได้เรียกว่าเป็นแค่ PayPal อันใหม่  หมายความว่า Libra ก็จะเป็นแค่ระบบการชำระเงินออนไลน์ หรืออย่างมากก็เป็นเพียง E-wallet หรือ Digital Money อีกประเภทเท่านั้น ซึ่งคงต้องจับตาดูว่า จะมีธนาคารกลางประเทศใดที่จะให้ Libra เป็น Digital Currency แทนที่จะพัฒนาเอง


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand