7
shared

เปิดกฎหมายปราบจลาจลสหรัฐฯ มีมาตั้งแต่ปี 1807

2 มิถุนายน 2563 18:16 565
เปิดกฎหมายปราบจลาจลสหรัฐฯ มีมาตั้งแต่ปี 1807

เปิดกฎหมายปราบจลาจลสหรัฐฯ หรือ Insurrection Act มีมาตั้งแต่ปี 1807 ลงนามโดยอดีตปธน.โทมัส เจฟเฟอร์สัน

วันนี้( 2 มิ.ย.63) กฎหมายปราบจลาจล หรือ Insurrection Act มีมาตั้งแต่ปี 1807 ลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สัน ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถใช้กองทัพในการจัดการกลุ่มกบฎในประเทศหากจำเป็น คือ เมื่อมีเหตุจลาจลหรือการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะต่อรัฐบาลกลางหรือต่อรัฐบาลท้องถิ่น หรือในอาณาเขตใดของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกามีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งกองทัพให้ออกมาจัดการกับเหตุจลาจล ทั้งการระดมกำลังทหารบกและทหารเรือของสหรัฐฯ แต่ที่สำคัญคือ ต้องได้รับการร้องขอจากผู้ว่าการรัฐ หรือ ระดับท้องถิ่นเสียก่อน 

กฎหมายดังกล่าว ถูกประกาศใช้ล่าสุดเมื่อปี 1992 กับสถานการณ์จลาจลในนครลอสแองเจลิส ซึ่งก็เกิดจากการที่ตำรวจผิวขาว 4 นาย ทำร้ายชายผิวดำ ร็อดนีย์ คิง ก่อนที่ตำรวจทั้งหมดจะถูกปล่อยตัวไป ขณะที่ก่อนหน้านั้นในปี 1989 ก็มีการประกาศใช้กฎหมายนี้ ภายหลังจากเกิดเฮอร์ริเคนฮิวโก้บนเกาะเวอร์จิน ที่นำมาสู่การปล้นสะดมภ์ครั้งรุนแรง 


กฎหมายปราจลาจลนี้ จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อประธานาธิบดีได้ออกคำสั่งให้สลายเหตุจลาจลภายในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายก็สามารถนำกองทัพเข้าไปประจำการในแต่ละพื้นที่ได้ แต่ทั้งนี้กฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯไม่อนุญาตให้กองทัพเข้ามาปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ เพราะถือเป็นหน้าที่ของรัฐและทางการท้องถิ่น ดังนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ประกาศใช้กฎหมายนี้โดยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้ว่าการรัฐ และอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายเพราะสหรัฐฯมีกฏหมายห้ามทหารแทรกแซง ห้ามใช้กองทัพสหรัฐฯบนดินแดนสหรัฐฯ ยกเว้นเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ

ด้านผู้ว่าการรัฐ เซาท์ แคโรไลนา เฮนรี แมคมาสเตอร์ ซึ่งเป็นฝ่ายรีพับลิกันเห็นพ้องกับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะนำกองทัพสหรัฐฯเข้าปราบปราม ขณะที่ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน เกรทเชน วิทเมอร์ ฝ่ายเดโมแครต ระบุว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะสั่งทหารเข้าประจำในแต่ละรัฐนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก พร้อมบอกว่า สิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าว เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังและแตกแยกและเรื่องนี้จะยิ่งนำไปสู่ความรุนแรงและความเสียหาย 


การประท้วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐต่างๆได้ระดมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าประจำการ ซึ่งมีรายงานว่าอย่างน้อย 23 รัฐ และกรุงวอชิงตันดีซีได้สั่งการให้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิออกมารักษาความสงบ รวมมากกว่า 67000 คน แล้ว

"National Guard" หรือ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ไม่ได้เป็นทหารอาชีพแต่เป็นกองทหารประจำการของแต่ละรัฐเพราะแต่ละรัฐของสหรัฐฯนั้นมีรัฐบาล กฎหมาย ระบบศาล และระบบตำรวจของตนเอง ไม่สามารถไม่ยุ่มย่ามกิจการข้ามรัฐได้ หากไม่ได้มีคำสั่งจากส่วนกลาง กองกำลังนี้แต่มีหน้าประจำการที่รัฐของตน เพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยในกรณีจำเป็น แบบการประท้วงครั้งนี้และทหารกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นทหารอาชีพเหมือนกองทัพส่วนกลาง แต่เป็นทหารบ้านหรือประชาชนที่เขารับการฝึกมาประจำการตามช่วงเวลา

ดังนั้น การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศจะสั่งระดมกองทัพสหรัฐเข้าประจำการในพื้นที่และแก้ปัญหานี้อย่างรวดเร็วแทน จึงต้องจับตาดูท่าทีของผู้นำสหรัฐฯต่อไป 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มประท้วงประชิดทำเนียบขาว "ทรัมป์" หนีลงหลุมหลบภัย

สหรัฐฯประกาศเคอร์ฟิว25รัฐ สกัดเหตุชุมนุมประท้วงทั่วเมือง

รัฐจอร์เจียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังประท้วงเดือดคดี จอร์จ ฟลอยด์


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online