4
shared

โพล ชี้ ชาวอเมริกันไม่เห็นด้วยทรัมป์รับมือประท้วง

3 มิถุนายน 2563 11:40 334
โพล ชี้ ชาวอเมริกันไม่เห็นด้วยทรัมป์รับมือประท้วง

ผลการสำรวจความเห็นคนอเมริกันล่าสุดพบว่า ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีรับมือการประท้วงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และยังรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้ที่ออกมาประท้วงต่อต้านความรุนแรงต่อคนผิวสี 

วันนี้( 3 มิ.ย.63)  โพลสำรวจของรอยเตอรส์ อิปซอส สำนักโพลชื่อดัง ซึ่งสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนอเมริกันในช่วงวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาพบว่า  ชาวอเมริกัน 64% บอกว่ารู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้ที่ออกมาประท้วง ในขณะที่ 27% บอกว่าไม่รู้สึกเห็นใจ , มากกว่า 55% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าไม่เห็นด้วยต่อวิธีการรับมือการประท้วงของนายทรัมป์ ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีถึง 40% ที่บอกว่าไม่เห็นด้วยอย่างมาก   โดย มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับวิธีการรับมือของเขา  ขณะที่ ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงอิสระไม่เห็นด้วยกับวิธีการรับมือของนายทรัมป์เพิ่มขึ้นสองเท่า 

และ เมื่อเจาะไปในกลุ่มของผู้สนับสนุนพรรครีพับบลิกัน มีผู้สนับสนุนราว 67% ที่บอกว่าเห็นด้วยกับการรับมือการประท้วงนายทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำ เมือ 82% ในคะแนนนิยมภาพรวม

ด้าน นายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้ลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยมนำเหนือนายทรัมป์ราว 10% ซึ่งเป็นคะแนนห่างที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน

ขณะที่โพลของมหาวิทยาลัยมอนเมาท์ ต้นสัปดาห์นี้พบว่า  ชาวอเมริกัน 74% มองว่าขณะนี้ประเทศกำลังเดินไปผิดทาง  ขณะที่ คะแนนนิยมของนายทรัมป์ลดลงเหลือ 42% จากเดิม 46% เมื่อเดือนมีนาคม

ผลการสำรวจดังกล่าวถือว่าไม่เป็นผลดีต่อนายทรัมป์เท่าไหร่นัก เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการเมืองของเขาหลังประกาศใช้มาตรการแข็งกร้าวจัดการกับการประท้วง และขู่ที่จะนำกองทัพสหรัฐเข้ามาควบคุมสถานการณ์

ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แนวทางการรับมือการประท้วงของนายทรัมป์กำลังสะเทือนแผนการชนะเลือกตั้งสมัยที่สองของเขา

ทรัมป์ตอนนี้ทำอะไรเหมือนดูผิดที่ผิดทางจากความคาดหวังของประชาชน เช่น กรณีที่เขาเดินออกจากทำเนียบขาวไปยืนถ่ายรูปที่โบสถ์ใกล้เคียง เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ถึงความแข็งแกร่ง และให้คำมั่นว่าเขาจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา แต่กลายเป็นว่า เขาถูกบรรดาผู้นำศาสนาหลายคนกล่าวโจมตี รวมไปถึงพรรคเดโมแครต และสมาชิกพรรครีพับบลิกันบางส่วน เพราะปรากฎภาพของตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเพื่อเคลียร์พื้นที่ก่อนที่ทรัมป์จะออกมาเดิน

นอกจากนี้ ยังไม่มีผู้ว่าการรัฐสายรีพับบลิกันคนไหนกล้าตอบรับคำประกาศของนายทรัมป์อย่างโจ่งแจ้งเรื่องการยอมให้กองทัพเข้าไปรักษาความสงบ เช่น ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ได้แถลงข่าวยืนยันว่า “คนเท็กซัสสามารถดูแลคนเท็กซัสด้วยกันเองได้”


การรับมือวิกฤตประท้วงของนายทรัมป์ที่ส่งเสริมการใช้กำลัง ส่งผลดีต่อนายไบเดน เมื่อบรรดาผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต พากันทุ่มเงินบริจาคไปให้แคมเปญหาเสียงของนายไบเดนแล้ว เพราะผลงานของนายทรัมป์ถูกวิจารณ์อย่างหนัก และยังมีปัญหากับผู้ว่าการรัฐต่างๆ 

โดยเฉพาะล่าสุด การประกาศเตรียมให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของผู้นำสหรัฐฯในการเรียกฟื้นความสามัคคีของคนในชาติ เพราะประเทศกำลังเผชิญวิกฤตสองเหตุการณ์พร้อมกัน จึงทำให้กลุ่มผู้บริจาครู้สึกฮึกเหิมในการทุ่มเงินสนับสนุนการหาเสียงของนายไบเดนเพิ่มขึ้น เพราะพวกเขามองว่า ถ้าประธานาธิบดีรับมือวิกฤตนี้ไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุด ต้องไม่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง

นายไบเดนเองก็เข้าใจว่า การก้าวพลาดของคู่แข่ง คือโอกาสที่ดีที่สุดของเขา และมีการแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เขาจะไม่เติมเชื้อไฟของความเกลียดชังในสถานการณ์ประท้วงนี้และหากเขาได้รับการเลือกตั้งมาเป็นประธานาธิบดี เขาจะรักษาบาดแผลจากการเหยียดผิวนี้ซึ่งเกิดขึ้นมานานในประเทศนี้ด้วย 



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online