3
shared

ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น

9 มิถุนายน 2563 11:36 173
ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น

ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบทั้งสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผู้นำกลุ่มโอเปกพลัสเตรียมหารือข้อตกลงการขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิต

วันนี้ (9 มิ.ย.63) บมจ. ไทยออยล์  คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบทั้งสัปดาห์นี้ (8-12 มิ.ย.63) มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผู้นำกลุ่มโอเปกพลัสเตรียมหารือข้อตกลงการขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิต  โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 38-43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล 

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ (8 – 12มิ.ย. 63) มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบและพันธมิตร (กลุ่มโอเปกพลัส) มีข้อตกลงเบื้องต้นที่จะขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิต 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่สิ้นสุดในเดือนมิ.ย.63 ออกไปเป็นสิ้นสุดเดือนก.ค.63 แต่อย่างไรก็ตามการประชุมอย่างเป็นทางการของกลุ่มโอเปกพลัสจะมีขึ้นในวันที่ 6 มิ.ย.63 นอกจากนั้นตลาดยังได้รับแรงกดดันจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบความต้องการใช้น้ำมันดิบโดยรวม


ซึ่งปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ได้แก่ 

  • ตลาดน้ำมันตอบรับ หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียมีการหารือกันเบื้องต้นที่จะขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิต 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมในเดือนพ.ค. - มิ.ย. 63 เป็นสิ้นสุดในเดือนก.ค. 63 เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้กลุ่มโอเปกพลัสจะหาข้อสรุปร่วมกันในการประชุมวันที่ 6 มิ.ย.จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามซาอุดิอาระเบียและรัสเซียได้เตือนถึงประเทศสมาชิกที่ไม่ได้ปฎิบัติตามข้อตกลงลดกำลังการผลิต หลังหลายประเทศยังคงผลิตน้ำมันมากกว่าข้อตกลง
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือนพ.ค.63 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 24.77ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับลดลง 5.91 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเม.ษ.63 โดยประเทศที่ปรับลดกำลังการผลิตมากสุดคือซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต อย่างไรก็ตามยังมีประเทศที่ลดกำลังการผลิตน้อยกว่าข้อตกลงอาทิ ไนจีเรีย และอิรัก
  • จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐฯและแคนาดาลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลง โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐฯประจำสัปดาห์สิ้นสุด 29 พ.ค.63 ลดลง 17 แท่น ในขณะที่จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซของแคนาดาลดลง 20 แท่น
  • ดัชนีภาคการบริการจีน (Caixin’s servicesPMI) ของเดือนพ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 55.0 เพิ่มสูงขึ้นจาก 44.4 ในเดือนเม.ย.63 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. 63 โดยการปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากแรงกระตุ้นของการคลายมาตรการปิดเมืองในประเทศจีน ซึ่งเป็นการแสดงถึงแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันที่จะเพิ่มสูงขึ้น
  • สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลัง ณ สัปดาห์สิ้นสุด 3 มิ.ย. 63 ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2.8 ล้านบาร์เรลซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังเพิ่มขึ้น 9.9 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับคาดการณ์ที่ระดับ 2.7 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันดีเซลและเบนซินคงคลังที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องมาจากการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯประกอบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในสหรัฐฯ ที่กดดันความต้องการใช้น้ำมัน
  • ตลาดยังคงกังวลกับความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังรัฐบาลจีนพิจารณาใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ต่อฮ่องกง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการปกครองตนเองของฮ่องกง ล่าสุดจีนชะลอการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐฯเช่นถั่วเหลืองและหมู เพื่อเป็นการโต้ตอบสหรัฐฯ ที่จะเริ่มกระบวนการยกเลิกสถานะพิเศษของฮ่องกง
  • เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่จีดีพีกลุ่มโซโรโซนไตรมาส 1/63 ดัชนีผู้บริโภคจีนและสหรัฐฯเดือนพ.ค.63 การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ 

สำหรับ สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา(1-5 มิ.ย.63)  ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น4.06เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 39.55เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สำหรับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 6.97 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 42.30เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 40.82 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลโดยราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง รวมถึงแนวโน้มที่จะมีการจัดประชุมโอเปกพลัสเพื่อขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิต แต่อย่างไรก็ตามความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-น้ำมันดิบร่วง 1.36 ดอลลาร์ หลังซาอุฯประกาศเพิ่มการผลิต

-รับความหวังศก.ฟื้น ดาวโจนส์ ปิดพุ่ง 461.46 จุด

-ราคาทองวันนี้ เปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายออก 25,750



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online