4
shared

ดาวโจนส์ปิดพุ่งกระฉูดรับยอดค้าปลีกสดใส

17 มิถุนายน 2563 07:11 461
ดาวโจนส์ปิดพุ่งกระฉูดรับยอดค้าปลีกสดใส

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดพุ่ง 526.82 จุด รับยอดค้าปลีกสดใส,มาตรการกระตุ้นศก.

วันนี้ (17 มิ.ย. 63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 เมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ขานรับยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ทำสถิติแข็งแกร่งสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งความคืบหน้าในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวัน หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเตือนว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน


ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,289.98 จุด เพิ่มขึ้น 526.82 จุด หรือ +2.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,124.74 จุด เพิ่มขึ้น 58.15 จุด หรือ +1.90% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,895.87 จุด เพิ่มขึ้น 169.84 จุด หรือ +1.75%


ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางปัจจัยบวกที่ล้นหลาม ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกของสหรัฐที่พุ่งขึ้น 17.7% ในเดือนพ.ค. ทำสถิติทะยานขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 8.0% โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค หลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์


ขณะเดียวกันตลาดได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ขณะที่เฟดประกาศซื้อหุ้นกู้ภาคเอกชนวงเงิน 7.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และจัดหาสินเชื่อให้กับบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19


นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากนายคริส วิตตี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการแพทย์ของอังกฤษ กล่าวว่า ผลการใช้ยา dexamethasone ซึ่งเป็นยาสเตียรอยด์ ในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง ถือเป็นผลการทดลองที่มีความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ โดยรายงานระบุว่า การใช้ยา dexamethasone สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึง 1 ใน 3


 ข่าวความคืบหน้าในการรักษาโรคโควิด-19 ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์และธุรกิจสุขภาพ โดยหุ้นบริสตอล-ไมเยอร์ส สควิบบ์ พุ่งขึ้น 3.56% หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน พุ่งขึ้น 2.32% หุ้นเมอร์ค แอนด์ โค พุ่งขึ้น 4% หุ้นไมแลน เอ็นวี ผู้ผลิตยา EpiPen ซึ่งใช้รักษาอาการแพ้ขั้นรุนแรง พุ่งขึ้น 1.45% หุ้น Abbvie พุ่งขึ้น 3.17  หุ้นแอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส บวก 0.2%


หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่งขึ้นขานรับรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยหุ้นเมซีส์ อิงค์ พุ่งขึ้น 6.28% หุ้นนอร์ดสตรอม ทะยานขึ้น 12.91% หุ้นโฮม ดีโปท์ พุ่งขึ้น 3.5% หุ้นโคห์ลส์ คอร์ป พุ่งขึ้น 8.96% หุ้นเบด บาธ แอนด์ บียอนด์ ทะยานขึ้น 15.2%


หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 3% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 2.23% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 3.07% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 3.84%  หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ทะยานขึ้น 6.43% หุ้นเบเกอร์ ฮิวจ์ พุ่งขึ้น 3%


หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.65% แม้มีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลด้านการทุ่มตลาดของยุโรปได้เปิดฉากการตรวจสอบว่า แอปพลิเคชัน Apple Pay และ App Store ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ ที่ติดตั้งบนมือถือนั้น เป็นการละเมิดกฎหมายด้านการแข่งขันหรือไม่


อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์อ่อนแรงลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวัน หลังจากนายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวานนี้ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ขณะที่ธุรกิจขนาดย่อม และผู้ที่มีรายได้ระดับต่ำ รวมทั้งชาวอเมริกันซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย เป็นกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุด


สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.4% ในเดือนพ.ค. หลังจากหดตัว 12.5% ในเดือนเม.ย.


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 

facebook : TNNThailand 

facebook live : TNN Live 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNONLINE 

Youtube Official : TNNThailand 

Instagram : @tnn_online